การนั่งทำงานหน้าจอคอมในบรรยากาศเดิมๆ อาจทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลง เทรนด์ Workation หรือการหอบงานไปทำพร้อมท่องเที่ยว จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของสาย Remote Work ยุคนี้ โดยเฉพาะการเลือก "เมืองรอง" ที่มีความเงียบสงบ ค่าครองชีพสบายกระเป๋า และมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตครอบคลุม
ปักหมุด 5 เมืองรอง น่าไป Workation
เมืองรอง | จุดเด่นบรรยากาศ | ค่าครองชีพเฉลี่ย/วัน | สภาพแวดล้อมการทำงาน |
น่าน | ธรรมชาติเงียบสงบ วิวภูเขาและทุ่งนา | 500 - 800 บาท | คาเฟ่สายชิลเยอะ ความเร็วอินเทอร์เน็ตเสถียร |
ตรัง | เมืองแห่ง Street Food และชายหาดสงบ | 400 - 700 บาท | ร้านกาแฟสไตล์วินเทจและรีสอร์ตริมหาด |
จันทบุรี | ย่านชุมชนเก่าริมน้ำ ใกล้กรุงเทพฯ | 500 - 900 บาท | คาเฟ่บูรณะจากอาคารโบราณ บรรยากาศร่มรื่น |
แพร่ | เมืองสโลว์ไลฟ์ ผู้คนเป็นมิตร | 350 - 600 บาท | ร้านกาแฟเรือนไม้ ไม่แออัด เหมาะใช้สมาธิ |
เชียงราย | อากาศดีตลอดปี เมล็ดกาแฟคุณภาพ | 500 - 850 บาท | Co-working space และร้านกาแฟวิวทิวเขา |
พิกัดเมืองรองน่าปักหมุดสำหรับสาย Remote Work
- น่าน: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิและความเงียบสงบ ตัวเมืองมีขนาดกำลังดี เดินทางสะดวก มีร้านกาแฟเปิดใหม่พร้อม Wi-Fi ความเร็วสูงให้เลือกนั่งทำงานหลายแห่ง
- ตรัง: ตอบโจทย์สายกินและสายทะเล อาหารพื้นเมืองราคาประหยัด ตั้งแต่ติ่มซำยามเช้าไปจนถึงตลาดโต้รุ่ง ทำงานเสร็จสามารถแวะพักผ่อนริมชายหาดได้ทันที
- จันทบุรี: เดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ ย่านชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูรมีเสน่ห์เฉพาะตัว บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งคิดงานพร้อมจิบชาและกาแฟท้องถิ่น
- แพร่: เมืองรองที่มีค่าครองชีพย่อมเยาที่สุดแห่งหนึ่ง มีโฮมสเตย์และคาเฟ่เรือนไม้บรรยากาศอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน
- เชียงราย: โดดเด่นเรื่องเมล็ดกาแฟคุณภาพระดับโลก มีร้านกาแฟแนว Specialty Coffee หลากหลาย พร้อมโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทุกพื้นที่
การเปลี่ยนบรรยากาศมา Workation ที่เมืองรอง ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและเติมไฟในการทำงานได้เป็นอย่างดี เพียงวางแผนเรื่องที่พักที่มีสัญญาณ Wi-Fi เสถียร และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการทำงานและเปิดรับแรงบันดาลใจใหม่ๆ ไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว
ข้อมูลอ้างอิง: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานสถิติแห่งชาติ