เมื่อพูดถึง "ภูเก็ต" ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีฟ้าใส แต่สำหรับสายกินแล้ว เสน่ห์ที่แท้จริงที่ทำให้ต้องจองตั๋วกลับไปเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือขุมทรัพย์ความอร่อยที่ซ่อนอยู่ทั่วเมือง ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ซีฟู้ดสดใหม่ริมทะเล แต่ยังเต็มไปด้วยร้านโลคอลเก่าแก่ คาเฟ่เก๋ๆ ในตึกชิโน-โปรตุกีส และสตรีทฟู้ดที่เดินผ่านเมื่อไหร่ก็ต้องแวะชิม

ทำไมภูเก็ตถึงเป็น "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร" ของ UNESCO

รู้หรือไม่ ภูเก็ตได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) จากเครือข่าย UNESCO Creative Cities Network (UCCN) มาตั้งแต่ปี 2558

ความพิเศษนี้เกิดจากการเป็นเมืองท่าในอดีต ทำให้วัฒนธรรมอาหารของที่นี่ถูกหลอมรวมจากความหลากหลายของหลายเชื้อชาติ ทั้ง จีนฮกเกี้ยน เปอรานากัน มลายู และอาหารใต้พื้นถิ่น เกิดเป็นเมนูที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญคือ อาหารเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโชว์นักท่องเที่ยว แต่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง

แพลนเที่ยวภูเก็ตฉบับ "สายกิน-เดินชิล-ฮีลใจ" สำหรับทริปพักผ่อนสบายๆ ที่ได้ครบทั้งฟีลเที่ยวเมืองและฟีลตะลุยกิน สามารถทำตามได้ง่ายๆ ใน 1 วัน ดังนี้

ช่วงเช้าตรู่ เริ่มต้นวันใหม่แบบคนท้องถิ่นด้วยการนั่งกิน "ติ่มซำ" ร้อนๆ คู่กับชากาแฟโบราณสักร้าน พร้อมเดินเล่นย่อยอาหารในย่านเมืองเก่า (Old Town) แวะถ่ายรูปชิคๆ กับตึกสีพาสเทลสไตล์ชิโน-โปรตุกีสในช่วงสาย - บ่าย พอเหนื่อยก็แวะพักตามคาเฟ่ หรือชิมขนมพื้นเมืองและสตรีทฟู้ดที่มีอยู่ตลอดทาง แน่นอนว่าในช่วงเย็นออกไปนั่งริมหาด ดูพระอาทิตย์ตกดิน รับลมทะเลชิลๆ เป็นการปิดท้ายวันที่สมบูรณ์แบบ

3 พิกัดไฮไลต์ที่สายกินห้ามพลาด

...

  • บางเจี้ยม ติ่มซำ: สัมผัสวัฒนธรรมมื้อเช้าสไตล์คนภูเก็ตแท้ๆ กับติ่มซำนึ่งสดใหม่หลากหลายหน้า
  • หมี่ต้นโพธิ์: ร้านเด็ดระดับตำนาน ไปลองชิม "หมี่ฮกเกี้ยน" ผัดเตาถ่านหอมๆ เส้นเหนียวนุ่มเข้มข้น ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของเมือง
  • ย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town): ศูนย์รวมความคลาสสิกที่เดินถ่ายรูปเพลิน และอัดแน่นไปด้วยร้านอาหารโลคอลตลอดสองข้างทาง

ทริปหน้า ลองเปลี่ยนจากการตระเวนเที่ยวเกาะ มาเป็นการเดินลัดเลาะตามหาร้านอร่อยในเมืองดูสิ แล้วคุณจะสัมผัสได้เลยว่า เสน่ห์ผ่าน "รสชาติอาหาร" ของเมืองนี้ จะทำให้คุณตกหลุมรักภูเก็ตมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย