เคยเป็นไหม? เวลาเปิดดูแผนที่หรือเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย แล้วต้องสะดุดตากับป้ายชื่อหมู่บ้านหรือสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งจนต้องอุทานออกมาว่า “ชื่อนี้มีอยู่จริงหรือนี่?” วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาทุกคนไปสแกนพิกัด 7 สถานที่ชื่อแปลกทั่วไทย ที่ไม่ได้มีดีแค่ชื่อชวนขำหรือชวนหวาดเสียว แต่แฝงไปด้วยวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติอันงดงามที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

ชื่อนี้มีอยู่จริง! เปิดชื่อแปลก 7 พิกัดอันซีนไทยแลนด์ ที่เห็นแล้วต้องสะดุดตา

1. บ้านท้อแท้ (จังหวัดพิษณุโลก)

เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งหมดไฟ เพราะ "บ้านท้อแท้" ตั้งอยู่ที่ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เล่ากันว่าในอดีตยามที่ทหารเดินทัพผ่านพื้นที่นี้จะเกิดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและ "ท้อแท้" เป็นอย่างมาก หรืออีกนัยหนึ่งคือสภาพพื้นที่ในอดีตเดินทางเข้าถึงยากจนชวนท้อใจ แต่ปัจจุบันเป็นชุมชนที่สงบเงียบและเต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวบ้าน

2. ผาหำหด (จังหวัดชัยภูมิ)

แหล่งท่องเที่ยวสุดเสียวในอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เป็นชะงันหินที่ยื่นออกไปนอกหน้าผาความสูงราว 864 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เหตุที่ได้ชื่อนี้มาจากความสูงและความเสียวไส้ของหน้าผา จนอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดท่านหนึ่งได้ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเพื่อท้าทายความกล้าของนักท่องเที่ยวขาลุย

...

3. บ้านท่าจะแห้ว (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

ตั้งอยู่ที่ อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  ชื่อหมู่บ้านนี้อาจฟังดูไม่เป็นมงคลสำหรับคนอินเลิฟ แต่ในความเป็นจริง คำว่า "แห้ว" ในที่นี้มาจากสภาพภูมิประเทศในอดีตที่มีต้นแห้วทรงกระเทียม หรือพืชตระกูลหัวขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณท่าจอดเรือหรือแหล่งน้ำ ชาวบ้านจึงเรียกติดปากกันมาจนถึงปัจจุบัน

4. บ้านน้ำออกฮู (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)

พิกัดอยู่ที่ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชื่อที่อธิบายลักษณะทางกายภาพได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะในหมู่บ้านมีจุดไฮไลต์คือ "บ่อน้ำผุดธรรมชาติ" ที่ไหลทะลักออกมาจากซอกหินหรือรูหินตลอดทั้งปี น้ำมีความใสสะอาดจนเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชน

5. แก่งคับพวง (จังหวัดนครพนม)

แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำชื่อสะดุดหู ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขงที่จะปรากฏให้เห็นเด่นชัดในช่วงฤดูแล้ง คำว่า "คับพวง" เป็นภาษาท้องถิ่นที่สะท้อนถึงแนวโขดหินที่เบียดเสียดกันหนาแน่นจนดูคับคั่ง เป็นพิกัดพักผ่อนหย่อนใจเล่นน้ำคลายร้อนของชาวนครพนม

6. ถนนเลียบนที (จังหวัดสมุทรสงคราม)

ถนนสายนี้ตั้งอยู่ในตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา โดยคำว่า "นที" แปลว่า แม่น้ำหรือสายน้ำ ชื่อถนนจึงตรงตัวตามลักษณะทางกายภาพคือเป็นทางเดินที่ทอดตัว "เลียบขนานไปกับคลองอัมพวา" สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของชาวสมุทรสงครามในอดีตที่ผูกพันกับสายน้ำและการค้าขายทางเรือ ปัจจุบันเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่คลาคล่ำไปด้วยร้านค้าและโฮมสเตย์เรือนไม้โบราณ

7. ซอยแพร่พันธุ์ (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์)

ซอยแพร่พันธุ์ เป็นในเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่นั้นเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ทและร้านอาหารชื่อดังมากมาย ใครผ่านไปผ่านมาแถวนั้นก็ต่างนิยมเซลฟี่กับป้ายนี้ สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและการขยายตัวของตระกูลเก่าแก่ในพื้นที่หัวหินยุคบุกเบิก

สถานที่เหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ภาษา” และ “การตั้งชื่อ” ของคนไทยในอดีต มักจะอิงอยู่กับเรื่องเล่า เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ หรือสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในเวลานั้นๆ แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปจนทำให้คำบางคำฟังดูแปลกหูในปัจจุบัน แต่มันกลับกลายเป็นจุดขายและเสน่ห์การท่องเที่ยวในแบบ "อันซีนไทยแลนด์" ที่ชวนให้เหล่านักเดินทางออกไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง