เตรียมเก็บกระเป๋าแล้วพุ่งตัวลงใต้กันด่วน ล่าสุดมีข่าวดีให้ชาวไทยได้ยิ้มแก้มปริ เมื่อ "พังงา" สวรรค์แห่งท้องทะเลอันดามัน คว้าตำแหน่ง "จุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก" หรือMost Welcoming Destinations on Earth)ประจำปี 2026 จากเวทีระดับสากล Traveller Review Awards โดย Booking.com การันตีด้วยรอยยิ้มและการบริการที่ครองใจนักเดินทางทั่วโลก

ความสำเร็จระดับโลกนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เบื้องหลังรางวัลนี้คือการปรับตัวครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ผสาน "เสน่ห์แบบไทย" เข้ากับ "เทคโนโลยีแห่งอนาคต" ได้อย่างลงตัว

พังงา ทะยานสู่ท็อปโลก การันตีจาก 370 ล้านรีวิว

เวที Traveller Review Awards ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ไม่ได้มอบรางวัลกันง่ายๆ แต่มาจากการรวบรวมคะแนนรีวิวกว่า 370 ล้านรีวิวจากนักเดินทางตัวจริง เพื่อยกย่องผู้ให้บริการที่มอบประสบการณ์สุดประทับใจ โดยในปี 2569 นี้ ประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้านการเดินทางคว้าตั๋วรับรางวัลไปถึง 16,692 ราย กวาดคะแนนรีวิวเฉลี่ยสูงถึง 8.8 คะแนน

การที่ "พังงา" เบียดขึ้นมาติดอันดับท็อปของโลกได้นั้น เป็นเพราะนักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นมิตร และการได้เข้าถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างแท้จริง ท่ามกลางธรรมชาติชายหาดที่สวยงามสงบเงียบ

เพื่อให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ระดับสากล นี่คือ รายชื่อ 10 จุดหมายปลายทางที่ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลกในปี 2569 ซึ่งพังงาของเราได้ไปยืนหยัดเคียงข้างเมืองดังจากทั่วโลก ได้แก่

1. พังงา, ประเทศไทย 

2. ฮิดัลโก, ประเทศเม็กซิโก

3. นิวฟันด์แลนด์และลาบราดอร์, ประเทศแคนาดา

4. นาวาร์รา, ประเทศสเปน

...

5. ไอดาโฮ, ประเทศสหรัฐอเมริกา

6. หิมาจัลประเทศ, ประเทศอินเดีย

7. ซัคเซิน, ประเทศเยอรมนี

8. โอเฟอไรส์เซิล, ประเทศเนเธอร์แลนด์

9. เอพิรุส, ประเทศกรีซ

10. ชิริกี, ประเทศปานามา

ทางด้าน บรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com ให้ความเห็นว่า "การรีวิวคือการถ่ายทอดความรู้สึกว่าเขาไปที่ไหน รู้สึกอย่างไร และมีประสบการณ์แบบไหน รีวิวก็คือเสียงของแขกในวันนี้ ที่กำลังบอกเล่าถึงแขกในอนาคต รางวัลนี้จัดขึ้นเพื่อให้เกียรติกับพาร์ทเนอร์ที่ใส่ความพยายามในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการไทยมักจะเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้นำหน้าเทรนด์เสมอ ทำให้เข้าใจและตอบสนองความคาดหวังของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี"

ถอดรหัส DNA การท่องเที่ยวไทย ทำไมใครๆ ก็อยากกลับมา

แม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ คือพลังของ Soft Power และการสร้างความรู้สึกให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนที่นี่เป็น "บ้านหลังที่ 2" ผู้คนที่เป็นมิตรเข้าถึงง่าย ผสานกับความหลากหลายของทรัพยากร วัฒนธรรม และอาหารการกิน ทำให้การมาเยือนประเทศไทยมีมูลค่าทางประสบการณ์ที่สูงมาก แบรนด์หรูๆ อาจหาได้ทั่วโลก แต่ความรู้สึกอบอุ่นจริงใจแบบนี้หาไม่ได้จากที่อื่น นี่คือเหตุผลที่นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมายเสมอ

เมื่อความต้องการเปลี่ยนไป ธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับตัวอย่างไร?

นรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า "ปัจจุบันความต้องการของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป โดยเราสามารถมองความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ใน 4 มิติหลัก คือ 1. ต้องการประสบการณ์พิเศษเพื่อเจอสิ่งใหม่ๆ 2. ต้องการค้นหาความหมายของชีวิต เช่น การท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างชุมชนและทำให้โลกดีขึ้น 3. ความสะดวกสบายเปลี่ยนเป็นความต้องการด้านความเชื่อมั่นและปลอดภัย 4. การไปเที่ยวต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ซึ่งไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระ แต่เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข"

เคล็ดลับมัดใจลูกค้าสไตล์โรงแรมชั้นนำ ในเรื่องของการปรับตัวรับความต้องการที่เปลี่ยนไปจากรีวิวประสบการณ์ท่องเที่ยวของลูกค้า

นิคลาส จอห์น มาราทอส รองประธานฝ่ายการขายต่างประเทศ ตัวแทนจากเครือดุสิต (Dusit) ให้ข้อมูลว่า "ทางโรงแรมใช้แรงบันดาลใจจากความเป็นไทย โดยยึดหลัก 4 ประการ คือ Personalization (ความเป็นส่วนตัวอีกระดับ), Wellness, Sustainability (ความยั่งยืนที่ทำจริงไม่ใช่แค่ชื่อ) และ Localization (นำความเป็นไทยไปสอดแทรกให้สัมผัสได้) โดยอาศัยการดูข้อมูล จากรีวิวเพื่อวิเคราะห์ว่าลูกค้ากลุ่มไหนต้องการอะไรอย่างแท้จริง เพราะเรื่องเล็กๆ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบมากๆ ก็ได้"

ขณะเดียวกัน นีโน่ เคิร์ตสคาเลีย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายอีคอมเมิร์ซและประสบการณ์ดิจิทัล ตัวแทนจากโรงแรมเลอบัว (Lebua) ให้ความเห็นว่า "เราเน้นความเป็นส่วนตัวและต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เพื่อให้เขารู้สึกว่าเราออกแบบบริการมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราเรียนรู้จากการรีวิว เลอบัวใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ เช่น การเรียกชื่อแขกให้ถูกต้อง สม่ำเสมอในทุก Touchpoint และทีมงานต้องบริการด้วยความจริงใจ ไม่เสแสร้ง จนเคยมีกรณีที่พาร์ทเนอร์ประทับใจมากจากการเข้าพัก 3 สัปดาห์ จนอยากย้ายมาหางานทำที่เมืองไทยเลยทีเดียว"

ก้าวต่อไปของ ททท. สู่การท่องเที่ยว "คุณภาพ" ขับเคลื่อนด้วย AI

เพื่อรองรับเทรนด์อนาคต นรินทร์ ทิจะยัง กล่าวสรุปถึงกลยุทธ์ของ ททท. ว่า "อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงไว สิ่งที่ ททท. ต้องทำคือการสร้าง Digital Backbone โดยนำเทคโนโลยี AI มาทำ Hyper-personalization เก็บข้อมูลว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามามีความชอบและมีแพตเทิร์นแบบไหน

เราเน้นทำการตลาดที่มุ่งเน้นมูลค่า มากกว่าปริมาณโดยพยายามผ่าตัดองค์กรด้วยการนำข้อมูล มาใช้ใน 4 ขั้นตอน คือ 1. อธิบายพฤติกรรม 2. วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น 3. คำนวณและคาดเดาแนวโน้มในอนาคต และ 4. กำหนดหนทางไปสู่เป้าหมายนั้น ซึ่งหากเราใช้ข้อมูลมาแชร์ร่วมกับพาร์ทเนอร์และทำสเตปเหล่านี้ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างมหาศาลและยั่งยืนในทุกมิติแน่นอน"

...