งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ด 2569 หรือ “มหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวด” ชวนชมขบวนแห่พระเวสสันดรสุดยิ่งใหญ่ในงานประจำปีของ จ.ร้อยเอ็ด สืบสานมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมอีสาน เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศงานบุญเดือนสี่ตามวิถี “ฮีตสิบสอง” หวังส่งเสริมประเพณีไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
ทำความรู้จัก "งานบุญผะเหวด" คืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร
“บุญผะเหวด” หรือที่เรียกอีกชื่อว่า “บุญมหาชาติ” เป็นประเพณีบุญตามคติฮีตสิบสองของชาวอีสาน ซึ่งคำว่า “ผะเหวด” เพี้ยนเสียงมาจาก “พระเวส” หมายถึง พระเวสสันดร ซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
หัวใจสำคัญของงานคือการเทศน์พระเวสสันดรชาดกครบทั้ง 13 กัณฑ์ภายในวันเดียว ตามความเชื่อที่ว่าผู้ใดตั้งใจฟังจบและประพฤติดี จะได้อานิสงส์แรงกล้า และมีโอกาสเกิดร่วมศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรยในอนาคต
ทั้งนี้ งานบุญผะเหวดจะจัดขึ้นช่วงเดือน 3-4 ของทุกปี และมักจัดต่อเนื่อง 3 วัน ประกอบด้วยวันเตรียมงาน วันแห่พระเวสและฟังเทศน์ รวมถึงวันทำบุญตักบาตรข้าวพันก้อน พร้อมกิจกรรมถวายกัณฑ์เทศน์ โดยทาง จ.ร้อยเอ็ดได้ผลักดันให้เป็นงานบุญผะเหวดกลายเป็นงานใหญ่ประจำปีสืบเนื่องมานานกว่า 30 ปี
ชวนเที่ยว "งานบุญผะเหวด 2569" จ.ร้อยเอ็ด จัดวันไหน สถานที่ไหน
งานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปี 2569 หรือที่เรียกกันว่า "งานบุญผะเหวด" จัดขึ้นเป็นปีที่ 36 มีกำหนดการจัดงาน ดังนี้
- วันจัดงาน : วันที่ 6-8 มีนาคม พ.ศ. 2569
- สถานที่จัดงาน : สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด เกาะกลางบึงพลาญชัย และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด
...
เช็กตารางกิจกรรมงานมหาทานบารมี ประเพณีบุญผะเหวด จ.ร้อยเอ็ด ประจำปี 2569
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือ “ขบวนแห่พระเวสสันดรชาดก” ขบวนใหญ่ตระการตาที่จำลองเรื่องราวทั้ง 13 กัณฑ์ ผ่านริ้วขบวนตกแต่งงดงาม นักแสดงพื้นบ้าน การฟ้อนรำตามแบบอีสาน และชมคณะหมอลำ อีกทั้งมีขบวนแห่ผ้าผะเหวดผืนยาวที่บอกเล่าเรื่องพระเวสสันดรตั้งแต่ต้นจนจบ เปรียบเสมือนการอัญเชิญพระเวสเข้าสู่เมือง สร้างบรรยากาศคึกคักและเปี่ยมศรัทธาไปทั่วทั้งเมืองร้อยเอ็ด สะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน ที่พร้อมใจกันสืบสานประเพณีสำคัญของบ้านเกิด ซึ่งจัดทั้งหมด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6-8 มีนาคม 2569
...
อย่างไรก็ตาม งานบุญผะเหวดร้อยเอ็ด 2569 ไม่ได้เป็นเพียงงานบุญประจำปีเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่จังหวัดตั้งใจผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงยังเป็นการช่วยกันรักษาและสืบทอดขนบธรรมเนียม “ฮีตสิบสอง” ของชาวอีสานให้คงอยู่คู่บ้านเมืองสืบไป
ที่มาของข้อมูล : ประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
ที่มาของภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม