รวมพิกัดที่เที่ยวคามาคุระ (Kamakura) ตามรอยซีรีส์ ยากชะมัด รักภาษาอะไร (Can This Love Be Translated?) นำแสดงโดย คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง ปักหมุดจุดถ่ายรูปสวย เดินทางง่ายจากโตเกียว

เตรียมหัวใจให้พร้อม! เมื่อ "คามาคุระ" เมืองชายทะเลสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น กลายเป็นฉากหลังความรักสุดละมุนในซีรีส์ ยากชะมัด รักภาษาอะไร (Can This Love Be Translated?) ที่สตรีมมิ่งใน Netflix วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาแฟนคลับ คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง ไปเปิดลายแทงเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ปักหมุดจุดเช็กอินยอดฮิตที่ห้ามพลาด รับรองว่าได้รูปสวยฟีลนางเอกซีรีส์แน่นอน

เปิดวาร์ป 'คามาคุระ' เมืองเก่าเสน่ห์ล้น ตามรอยซีรีส์ดังใน Netflix

หากพูดถึงเมืองท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่ผสมผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความโรแมนติกไว้ได้อย่างลงตัว "คามาคุระ" (Kamakura) คือจุดหมายอันดับต้นๆ และล่าสุดเมืองนี้ยิ่งทวีความฮอตขึ้นไปอีก เมื่อถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ทุกคนรอคอยอย่าง ยากชะมัด รักภาษาอะไร (Can This Love Be Translated?) ที่ได้นักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง มาถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านอุปสรรคทางภาษา

1. สถานีรถไฟ Kamakura-kokomae: จุดตัดริมทะเลในตำนาน

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

จุดเช็กอินที่ปรากฏในทีเซอร์และฉากสำคัญ คือทางข้ามรถไฟสาย Enoden ที่มีฉากหลังเป็นทะเลสีฟ้าคราม จุดนี้ไม่เพียงแต่เป็นแลนด์มาร์คจากอนิเมะดัง แต่ในซีรีส์เรื่องนี้ยังถ่ายทอดมุมมองใหม่ๆ ที่ดูละมุนตามากขึ้น แนะนำให้มาช่วงแสงเย็น (Golden Hour) เพื่อรูปที่สวยที่สุด

2. วัด Hase-dera และความสงบที่งดงาม

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

วัดสำคัญที่ตัวละครอาจจะมาเดินเล่นกันคือ วัดฮาเซเดระ (Hase-dera) ที่ขึ้นชื่อเรื่องสวนดอกไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะดอกไฮเดรนเยีย และจุดชมวิวที่มองเห็นอ่าวคามาคุระได้แบบพาโนรามา เป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความนิ่งสงบและการทำความเข้าใจตัวตน ซึ่งสอดคล้องกับธีมของซีรีส์

3. ถนนช้อปปิ้ง Komachi-dori: ลิ้มรสสตรีทฟู้ดสุดฟิน

ย่านร้านอาหารและของที่ระลึกที่คึกคักที่สุด ใครอยากลองทานไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟรสชาเขียว หรือเซมเบ้ยักษ์ตามรอยคู่พระนาง ต้องห้ามพลาดถนนเส้นนี้ นอกจากจะได้อิ่มท้องยังได้เห็นวิถีชีวิตความน่ารักของเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าสไตล์ไม้โบราณ

4. ชายหาด Yuigahama: พื้นที่สารภาพรัก

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

ฉากเดินเล่นริมทะเลที่แฟนๆ คาดหวัง ต้องยกให้หาดยูอิกาฮามะ พื้นที่กว้างขวางที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน เหมาะสำหรับคนที่อยากมา เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เพราะสามารถนั่งรถไฟ Enoden มาลงได้ง่ายๆ และเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงผืนทราย

5. วัดโคโตคุอิน (Kotoku-in) นมัสการพระใหญ่ Daibutsu สัญลักษณ์แห่งคามาคุระ

อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดหากไม่ได้มาเช็กอินที่นี่ ก็เหมือนมาไม่ถึงคามาคุระ คือวัดพระใหญ่ หรือวัดโคโตคุอิน เป็นที่ประดิษฐานของ "พระใหญ่ไดบุตสึ" (The Great Buddha of Kamakura) พระพุทธรูปสำริดองค์มหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางแจ้งอย่างสง่างาม

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • มุมถ่ายรูปตามรอย: ในซีรีส์ที่เน้นบรรยากาศความละมุน การมาเยือนวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี ช่วยเพิ่มมิติความขลังและความคลาสสิกให้กับทริปได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ถ่ายมุมช้อนจากด้านล่างเพื่อเก็บภาพองค์พระคู่กับท้องฟ้าสดใส หรือช่วงซากุระบาน/ใบไม้เปลี่ยนสี จะได้ภาพที่สวยงามเหมือนหลุดมาจากฉากในซีรีส์
  • เกร็ดน่ารู้สำหรับนักท่องเที่ยว: องค์พระมีความสูงถึง 13.35 เมตร และที่น่าอัศจรรย์คือคุณสามารถขออนุญาตเข้าไปชมโครงสร้างภายในองค์พระได้ด้วย (มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเล็กน้อย)
  • การเดินทาง: เดินเพียง 7-10 นาทีจากสถานี Hase (รถไฟสาย Enoden) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานี Kamakura เพียง 3 สถานีเท่านั้น

คู่มือการเดินทาง: จากโตเกียวสู่คามาคุระ ไปง่ายๆ ฉบับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

สำหรับการตามรอยซีรีส์ ยากชะมัด รักภาษาอะไร (Can This Love Be Translated?) การเดินทางจากโตเกียวมายังคามาคุระนั้นสะดวกมาก โดยมี 2 เส้นทางหลักที่เหล่านักท่องเที่ยวและแฟนซีรีส์นิยมใช้

1. สายประหยัดและคุ้มค่า: Odakyu Railway (Enoshima-Kamakura Free Pass)

หากคุณพักย่าน Shinjuku เส้นทางนี้คือคำตอบที่ดีที่สุด

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Odakyu จากสถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Fujisawa
  • ทีเด็ด: แนะนำให้ซื้อ Enoshima-Kamakura Free Pass (ราคาประมาณ 1,640 เยน) ซึ่งรวมค่าตั๋วไป-กลับจากชินจูกุ และสามารถนั่งรถไฟสายวินเทจ Enoden ได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอดวัน ซึ่งรถไฟ Enoden นี้แหละคือสายที่ผ่านสถานีริมทะเลที่คิมซอนโฮและโกยุนจองใช้ถ่ายทำ

2. สายเร็วและสะดวก: JR Line

หากคุณพักย่าน Tokyo Station หรือ Ueno การใช้รถไฟ JR จะรวดเร็วที่สุด

...

  • วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Yokosuka Line หรือ JR Shonan-Shinjuku Line มาลงที่สถานี Kamakura ได้โดยตรง (ใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที)
  • ค่าโดยสาร: ประมาณ 950 - 1,000 เยนต่อเที่ยว (สามารถใช้บัตร IC Card เช่น Suica หรือ Welcome Suica แตะผ่านได้เลย)

คามาคุระในมุมมองของซีรีส์ ยากชะมัด รักภาษาอะไร (Can This Love Be Translated?) ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของสถานที่ แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายของการสื่อสารและความรัก การตามรอยครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่คือการไปซึมซับบรรยากาศที่ตัวละครที่รักเคยยืนอยู่