เสียงคลื่น ภูเขา และกลิ่นอายวัฒนธรรมภาคใต้ไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่คือหมุดหมายของนักเดินทางที่ถวิลหาความ “สโลว์ไลฟ์” อย่างแท้จริง

ทริปนี้เราแพ็กกระเป๋าออกเดินทางล่องใต้แบบ Road Trip เดินทางโดย Nissan Serena e-POWER เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของ 5 จังหวัด ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยาวไปจนถึงสงขลา เตรียมเพลย์ลิสต์โปรดให้พร้อม แล้วกระโดดขึ้นรถไปเก็บโมเมนต์ดีๆ ระหว่างทางด้วยกัน

ระนอง: ประตูสู่ความเขียวขจีและสายน้ำ

เริ่มต้นทริปด้วยการมุ่งหน้าสู่ฝั่งตะวันตก เลี้ยวจากชุมพรเข้าสู่ “ระนอง” จังหวัดที่ใครหลายคนอาจมองเป็นแค่ทางผ่าน แต่ความจริงแล้วที่นี่คือ Hidden Gem ที่ซ่อนความสมบูรณ์ของป่าฝนและน้ำตกไว้เพียบ

...

ระหว่างทางที่คดเคี้ยวลัดเลาะภูเขา เต็มไปด้วยความร่มรื่น จุดเช็กอินแรกที่ห้ามพลาดคือ “น้ำตกปุญญบาล” สายน้ำสวยริมทางถนนเพชรเกษมที่ไหลเย็นตลอดปี เหมาะแก่การจอดแวะพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด และแวะชิมอาหารใต้รสจัดจ้านจากร้านชาวบ้านแถวนั้น เป็นการเปิดทริปที่สดชื่นสุดๆ

ตะกั่วป่า, พังงา: หลงรักเมืองเก่าในหุบเขา

จากระนอง ขับล่องลงมาที่ “ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า” จังหวัดพังงา ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเข็มนาฬิกาเดินช้าลง บรรยากาศของตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ผสมผสานกับศาลเจ้าจีนเก่าแก่ และ Street Art เท่ๆ ตามตรอกซอกซอย ทำให้เดินถ่ายรูปได้เพลินจนลืมเวลา

ไฮไลต์คือการไปเดินเล่นที่ “สะพานเหล็กบุญสูง” และ “โรงเรียนเต้าหมิง” ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน แม้ซอยในเมืองเก่าจะค่อนข้างแคบ แต่การขับรถเที่ยวที่นี่กลับชิลกว่าที่คิด ทำให้ซอกแซกหาของอร่อยกินได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูสะเต๊ะเจ้าเก่า หรือขนมจีนหน้าศาล เป็นความสนุกของการเที่ยวเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เหลือล้น

สุราษฎร์ธานี: ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ กลางป่าเขาสก

เข้าสู่โหมดธรรมชาติบำบัดขั้นสุดที่ “อุทยานแห่งชาติเขาสก” สุราษฎร์ธานี ดินแดนที่ถูกขนานนามว่าเป็นป่าฝนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ภาพภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนตัดกับผืนน้ำสีมรกตของ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” คือวิวหลักล้านที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

ช่วงที่ขับผ่านเส้นทางธรรมชาติ เราได้ซึมซับวิวป่าเขาแบบพาโนรามาเต็มสายตา เหมือนยกห้องนั่งเล่นมาตั้งไว้กลางป่า จะขับรถชมวิวช้าๆ หรือแวะจอดคาเฟ่บ้านไม้เก๋ๆ ระหว่างทาง ก็ได้ฟีลพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม

...

นครศรีธรรมราช: โอโซนแห่งขุนเขาและเกลียวคลื่น

ขับต่อมาที่ “หมู่บ้านคีรีวง” แหล่งโอโซนอันดับต้นๆ ของไทย กิจกรรมที่นี่ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร เอาเท้าจุ่มน้ำเย็นๆ และจิบกาแฟสโลว์บาร์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ความสะดวกของทริปนี้คือสามารถหยิบข้าวของ หรืออุปกรณ์ปิกนิกออกจากท้ายรถมาใช้งานได้ง่ายๆ ตอบโจทย์สายแคมป์ปิ้งเบาๆ

ตกเย็นเปลี่ยนบรรยากาศขับรถลงชายฝั่งไปที่ “จุดชมวิวอ่าวท้องยาง” ถนนเลียบทะเลที่สวยสงบ แวะทานซีฟู้ดสดๆ จากชาวประมงพื้นบ้าน เป็นการจบวันที่ครบรสทั้งภูเขาและทะเล

สงขลา: เสน่ห์เมืองสองทะเล

ปิดท้ายทริปที่สงขลา โดยขับข้าม “สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” (สะพานเอกชัย) ที่ทอดยาวเหนือทะเลสาบสงขลา-ทะเลน้อย วิวสองข้างทางคือทุ่งหญ้าและนกน้ำ เป็นจุดที่ต้องลดกระจกขับช้าๆ เพื่อเก็บภาพความประทับใจ

เมื่อเข้าสู่ “ย่านเมืองเก่าสงขลา” จะได้พบกับเสน่ห์ที่ตัดกันของสถาปัตยกรรม จอดรถแวะถ่ายรูปที่ “โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น” แลนด์มาร์กสีแดงสดริมทะเลสาบ และรูปปั้นนางเงือกทองที่เป็นสัญลักษณ์ของหาดสมิหลา การตะลุยหาของกินในเมืองนี้สนุกมาก ทั้งไอติมโอ่ง โรตี และซาลาเปาเจ้าดัง แม้คนจะพลุกพล่านแต่ก็เที่ยวได้สบายใจ ลองปักหมุดภาคใต้ แล้วขับรถออกไปเที่ยวกัน

...