Booking.com เปิดเผยถึงเทรนด์การเดินทางยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ไปให้ถึง แต่คือการเฉลิมฉลองความเป็นตัวเอง จาก 10 เมืองดาวรุ่งจากทั่วโลกที่กำลังมาแรง

เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม เพราะปี 2569 โลกของการท่องเที่ยวจะหมุนไปตามจังหวะหัวใจของคุณ ข้อมูลล่าสุดจาก Booking.com ชี้ชัดว่า นักเดินทางยุคใหม่กำลังมองหาทริปที่สะท้อนตัวตน ความหลงใหล และความกล้าที่จะแตกต่าง

10 จุดหมายปลายทางมาแรงปี 2026

10 เมืองดาวรุ่งจากทั่วโลก ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ ให้คุณได้ออกไปสัมผัสโลกและค้นพบแรงบันดาลใจในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

1. มุยเน่, เวียดนาม (Mũi Né, Vietnam)

จากหมู่บ้านชาวประมง สู่สวรรค์ของคนรักสายลมและแสงแดด เริ่มต้นใกล้บ้านเราที่ “มุยเน่” จุดหมายที่ผสมผสานความดิบของธรรมชาติและไลฟ์สไตล์ริมทะเลได้อย่างลงตัว ไฮไลท์คือเนินทรายสีทองระยิบระยับตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่วิวสวย แต่ยังเป็นสวรรค์ของนักเล่น ไคท์เซิร์ฟ (Kitesurf) เพราะลมดีตลอดปี แถมยังมีซีนเท่ๆ อย่างท่าเรือประมงดั้งเดิมให้เดินถ่ายรูป หรือจะแวะชิมอาหารทะเลสดๆ ริมหาดก็ฟินไม่แพ้กัน

...

2. บิลเบา, สเปน (Bilbao, Spain)

เมื่อเมืองอุตสาหกรรม พลิกโฉมสู่เมืองหลวงแห่งศิลปะ ลืมภาพเมืองโรงงานเก่าๆ ไปได้เลย เพราะบิลเบาคือความเก๋ไก๋แห่งแคว้นบาสก์ จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดคือ พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ (Guggenheim Museum) สถาปัตยกรรมสุดล้ำริมแม่น้ำที่เป็นไอคอนของเมือง นอกจากเสพศิลป์แล้ว ต้องไม่พลาดเสพ “รส” กับวัฒนธรรมการกิน พินโชส์ (Pintxos) ในย่านเมืองเก่า Casco Viejo หรือออกไปสัมผัสธรรมชาติของเทือกเขาบาสก์ที่อยู่ไม่ไกล

3. บาร์รังกีญา, โคลอมเบีย (Barranquilla, Colombia)

จังหวะแห่งสีสันและจิตวิญญาณคาริบเบียน ถ้าชีวิตขาดสีสัน ให้บินไปบาร์รังกีญา! เมืองริมแม่น้ำมักดาเลนาที่มีชื่อเสียงก้องโลกจากงาน Carnaval de Barranquilla (ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO) ที่นี่คุณจะได้ขยับร่างกายไปกับจังหวะดนตรี Cumbia ชมสตรีตอาร์ตเท่ๆ ในย่าน El Prado ชมคฤหาสน์เก่าแก่ และลิ้มลอง “บูติฟาร์รา” ไส้กรอกโฮมเมดรสเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์ของท้องถิ่น

4. ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐอเมริกา (Philadelphia, USA)

ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ สู่เมืองสปอร์ตซิตี้ระดับโลก ปี 2569 จะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ “ฟิลลี่” เพราะเป็นวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศอิสรภาพสหรัฐฯ เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับความมันส์ระดับโลก เพราะเตรียมเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาใหญ่อย่าง FIFA World Cup และ MLB All-Star Game สายกีฬาและสายประวัติศาสตร์ต้องปักหมุดด่วน

...

5. กวางโจว, จีน (Guangzhou, China)

ประตูสู่เส้นทางสายไหม ในมุมมองที่ลักชูปนคลาสสิก กวางโจวไม่ใช่แค่เมืองท่าการค้า แต่คือขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรม แวะชมสถาปัตยกรรมยุโรปบนเกาะซาเมี่ยน ลิ้มรสติ่มซำต้นตำรับในโรงน้ำชาเก่าแก่ ด้วยอากาศที่ดีตลอดปีและการเดินทางที่เชื่อมต่อฮ่องกง-มาเก๊าได้ง่าย ทำให้ที่นี่เป็น Hidden Gem ของคนรักวัฒนธรรมจีนที่มองหาความแตกต่างระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่

6. เกาะซัล, เคปเวิร์ด (Sal, Cape Verde)

จุดตัดของวัฒนธรรมแอฟริกัน-โปรตุเกส บนเกาะสวรรค์ สำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายไปไกลๆ “เกาะซัล” คือคำตอบ ที่นี่คือนิยามของคำว่า Slow Life อย่างแท้จริง ไฮไลท์คือ นาเกลือ Pedra de Lume ที่สวยจนเหมือนอยู่ดาวดวงอื่น และน้ำทะเลใสแจ๋วที่เหมาะกับการเล่นวินด์เซิร์ฟ เคล้าคลอด้วยดนตรีพื้นเมืองจังหวะสนุกๆ อย่าง morna และ funaná

...

7. มาเนาส์, บราซิล (Manaus, Brazil)

ผจญภัยใจกลางปอดของโลก ลึกเข้าไปในป่าฝนแอมะซอน “มาเนาส์” คือเมืองหลวงแห่งการผจญภัยและจุดเริ่มต้นของการสำรวจธรรมชาติ ไฮไลท์ห้ามพลาดคือปรากฏการณ์ Meeting of Waters จุดตัดของแม่น้ำสองสี (แม่น้ำริโอเนโกรและแม่น้ำโซลิโมเอส) ที่ไหลเคียงกันโดยไม่ผสมเป็นเนื้อเดียว หรือจะล่องเรือไปว่ายน้ำกับโลมา และเยี่ยมชมวิถีชีวิตชนเผ่า นี่คือทริปที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อธรรมชาติของคุณไปตลอดกาล

8. มึนสเทอร์, เยอรมนี (Münster, Germany)

เมืองเก่าพันปี ที่หัวใจยังวัยรุ่น มึนสเทอร์คือส่วนผสมที่ลงตัวของประวัติศาสตร์กว่า 1,200 ปี กับพลังของคนรุ่นใหม่ เป็นเมืองที่เหมาะกับการ “ปั่นจักรยาน” ชมเมืองที่สุด สัมผัสความงามของมหาวิหาร St. Paulus เดินตลาด Prinzipalmarkt ที่มีซุ้มประตูโค้งสวยงาม แม้จะเป็นเมืองแห่งสนธิสัญญาสันติภาพในอดีต แต่ปัจจุบันเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและงานศิลปะสร้างสรรค์

...

9. โคชิน, อินเดีย (Cochin, India)

มนต์เสน่ห์แห่งเครื่องเทศ และวัฒนธรรมลูกผสม ประตูสู่อินเดียใต้ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ในย่าน Fort Kochi คุณจะได้เห็นอวนจับปลาแบบจีนโบราณตัดกับขอบฟ้าทะเลอาหรับ เดินชมตึกโคโลเนียลสีสด คาเฟ่เก๋ๆ ที่แทรกตัวอยู่ในตึกเก่า และลิ้มรสอาหารท้องถิ่นรสจัดจ้านอย่าง “แกงปลาโมลี” ที่นี่คือบทพิสูจน์ของการผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติที่ลงตัวและงดงาม

10. พอร์ตดักกลาส, ออสเตรเลีย (Port Douglas, Australia)

เมื่อป่าฝนบรรจบกับแนวปะการัง ปิดท้ายด้วยความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่พอร์ตดักกลาส คุณสามารถสัมผัสมรดกโลกได้ถึง 2 แห่งในทริปเดียว คือ Great Barrier Reef แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ ป่าฝน Daintree ป่าฝนที่เก่าแก่ที่สุด กลางวันดำน้ำดูปะการัง บ่ายเดินป่าฝน ตกเย็นเดินชิลล์ชมงานศิลปะและทานอาหารทะเลในเมือง เป็นชีวิตดีๆ ที่ลงตัว