เป็นศูนย์กลางอารยธรรมสำคัญๆของโลกที่มีดินแดนอยู่ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป สำหรับ “ประเทศตุรกี” โดยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานหลายพันปี และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงรุ่มรวยไปด้วยแหล่งอารยธรรมโบราณจากยุคต่างๆ ที่ปรากฏร่องรอยให้ชมได้จริง ทั้งจากยุคก่อนประวัติศาสตร์, กรีกโบราณ, โรมัน, ไบแซนไทน์ จนถึงยุคออตโตมัน ทำให้มีเสน่ห์ทั้งด้านวัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และโบราณสถานที่น่าศึกษามากมาย โดยตุรกีมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง เฉพาะปี 2024 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนดินแดนแห่งนี้มากกว่า 60 ล้านคน ทำให้ตุรกีอยู่ในอันดับต้นๆของโลกในฐานะจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยว

นอกจากจะบินตรงเพื่อมาเที่ยวตุรกีแบบเจาะลึกแล้ว อีกทางเลือกคือการแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่นๆ โดย “สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส” นำเสนอโปรแกรมพิเศษ “Stopover in Istanbul” เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ได้เปลี่ยนช่วงเวลารอต่อเครื่องที่อิสตันบูลให้กลายเป็นการค้นพบใหม่อันน่าประทับใจ สำหรับผู้โดยสารที่มีช่วงเวลาต่อเครื่องตั้งแต่ 20  ชั่วโมงขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.turkishairlines.com/th-th/flights/stopover/ เพื่อรับสิทธิ์เข้าพักฟรี ในโรงแรมระดับ 4  ดาว  1 คืน สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด และสูงสุด 2 คืน ในโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พักเบรกจากการเดินทางอันเหนื่อยล้า ออกไปสัมผัสวัฒนธรรมเปี่ยมชีวิตชีวา, ประวัติศาสตร์อันงดงาม และรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตุรกี

...

เพื่อถ่ายทอดปรัชญาสำคัญที่เชื่อว่า ทุกการเดินทางควรเป็นมากกว่าการเดินทางจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” จับมือ “กลุ่มเซ็นทรัล” นำคณะสื่อมวลชนไทย เดินทางไปเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของ “ห้างเซล ฟริดเจส” (Selfridges) ทั่วสหราชอาณาจักร พร้อมแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

ภายใต้โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ชาวคณะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งอารยธรรมโบราณอย่างตื่นตาตื่นใจ พลาดไม่ได้คือ “มัสยิดใหญ่ฮาเกีย โซเฟีย” หนึ่งในสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 6 ในฐานะมหาวิหารคริสต์ออร์ทอดอกซ์ และเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ต่อมาในปี 1453 ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด โดยจักรวรรดิออตโตมัน ก่อนจะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1934 และกลับมามีสถานะเป็นมัสยิดในปี 2020 อาคารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานทางประวัติศาสตร์และศิลปะระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตก โดมขนาดใหญ่ที่เป็นนวัตกรรมและงานโมเสกล้ำค่า แสดงถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมที่เคยปกครองพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน “ฮาเกีย โซเฟีย” เป็นมรดกโลกยูเนสโก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดให้เข้าชม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 11 แสดงองค์พระเยซูประทับบนบัลลังก์อยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 9 โมโนมาคอส ทางซ้าย และจักรพรรดินี Zoe ทางขวา, ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 12 แสดงองค์พระแม่มารีอุ้มพระกุมารประทับตรงกลาง โดยมีจักรพรรดิจอห์นที่ 2 โคมเนนอส และจักรพรรดินี Eirene อยู่ด้านข้าง และภาพโมเสก Deesis อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ผลงานศิลปะไบแซนไทน์อันทรงคุณค่า ปรากฏพระเยซูประทับตรงกลาง รายล้อมด้วยพระแม่มารีทางซ้าย และนักบุญยอห์น บัปติสต์ ทางขวา ทั้งสองกำลังวิงวอนเพื่อมนุษยชาติ

อีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์อันน่าทึ่งยกให้ “เยเรบาตัน ซาร์นิจึ” (Basilica Cistern) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับพระราชวังและอาคารสำคัญในอดีต โดดเด่นด้วยเสาหินอ่อนโบราณจำนวน 336 ต้น ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นระเบียบภายในโถงใต้ดินขนาดมหึมา จุดดึงดูดสำคัญคือฐานเสาแกะสลักเป็นรูปเศียรเมดูซากลับหัว เสริมความขลังด้วยชิ้นงานประติมากรรมศิลปะจัดวางต่างๆ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและเปิดให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ทางวิศวกรรมของจักรวรรดิไบแซนไทน์

...

น่าทึ่งในความยิ่งใหญ่ยังรวมถึง “พระราชวังโทพคาปึ” (Topkapı Palace) เป็นศูนย์กลางการปกครองหลักและเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเกือบ 400 ปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 การตกแต่งภายในมีการใช้สีน้ำเงิน, ทอง และสีแดงอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นสีหลักแบบออตโตมัน ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องอิซนิกและประดับด้วยเสาหินอ่อน

การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ยังมอบโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสการบริการอันอบอุ่นและพิถีพิถันของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความหมายและคุณค่า โดยอีกหนึ่งบริการโดดเด่นน่าจับตามองคือ โปรแกรม “Boarding  Pass  Privileges” มอบสิทธิพิเศษให้ผู้โดยสารสามารถรับส่วนลดจากร้านอาหาร, แหล่งช็อปปิ้ง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆในประเทศตุรกี รวมทั้งศูนย์การค้าและห้างร้านในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งในยุโรปและประเทศไทย เพียงแสดงบัตรโดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” โดยสิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ยาวถึง 15 วัน หลังจากเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าขอบเขตของเที่ยวบิน และเปลี่ยนทุกทริปให้กลายเป็นประตูสู่สิทธิพิเศษมากมาย

...


โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้สัมผัสวัฒนธรรมและมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นของประเทศตุรกี ผ่านความร่วมมือกับโรงแรม, ร้านอาหาร และสถาบันวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ตลอดจนกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ท้องถิ่นไปพร้อมกัน.

...

ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่