สมัยนี้ “ตรรกะ” หลายๆเรื่องคงใช้ไม่ได้กับ “เด็กยุคดิจิทัล” ที่สอนให้ปู่ย่าหัดใช้ “คณิตกรณ์ (เครื่องคอมพิวเตอร์)” ตามบัญญัติ ราชบัณฑิตสถาน พฤติกรรมจึงกลับกันกับผู้ใหญ่อย่างเช่น “เด็กอาบน้ำร้อนฝักบัวก่อนผู้ใหญ่”...นั่นแล
ดังนั้นอย่าแปลกใจ...ที่เด็กในอดีตจะงมงายไร้เหตุผลว่าคนจีนนับพันล้านคนคือคอมมิวนิสต์ไปตามกระแสของผู้นำยุคนั้น...จนเมื่อ 1 กรกฎาคม 2518 “รัฐบาลไผ่แดง” ของหม่อมน้อง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้ร่วมสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่ห่างไปนานกับนายโจวเอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับฟื้นตื่นขึ้นมาถึงบัดนี้ จนไทยเคยมีดัชนีนักท่องเที่ยวจีน ถึงปีละ 11 ล้านคน
“นครคุนหมิง” มณฑลยูนนาน ฝั่งจีนตอนใต้ใช้เวลาบินแค่ 1.30-2 ชั่วโมง หรือจะลงเรือล่องโขงจากเชียงรุ้งหรือจิ้งฮงไทยเรียก “สิบสองปันนา” ชั่วคืนเท่านั้นถึงเป้าหมายคือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
...
ถนนจาก อ.แม่สายถึงเชียงตุง รัฐฉาน ผ่านเขตอิทธิพลว้าแดง เมียนมาสู่ชายแดนเมืองลา จิ้งฮง ถึงนครคุนหมิง แทบจะเป็นแผ่นดินเดียวกันด้วยซ้ำไป ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็น “เศรษฐีขาก๊วย” หรือชาวนายูนนานมาทัวร์เชียงใหม่ เพราะสะดวกกว่า คนยูนนานจะนั่งนอนบนรถไฟไปปักกิ่ง 4 วัน 4 คืน
ส่วนคนไทยจะยืมจมูกเพื่อนบ้าน สปป.ลาว หายใจ อาศัยรถไฟหัวจรวดความเร็วสูงไปวังเวียง หลวงพระบาง คุนหมิง ก็สะดวกกว่าทนหลังแข็งนั่งจากกรุงเทพฯไปนราธิวาสเสียอีก
นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่บริษัททัวร์ไทยหันมาขายรูทติ้ง “คุนหมิง”...“ยูนนาน” ให้คนไทยไปทัวร์จีนยูนนานแทนแถวอันดามันภาคใต้ เพราะราคาถูกกว่าหลายร้อยหลายพันบาทยามนี้
O O O O
“คุนหมิง” พ.ศ.นี้ศิวิไลซ์ไม่แพ้ปักกิ่งหรือเมืองท่าเช่นเซี่ยงไฮ้ กวางโจว ไม่เหมือน พ.ศ.2535 ที่ความเจริญอยู่เพียงย่านกรีนเลคกลางนคร ห้องสุขาตามภัตตาคารใหญ่ยังมีกลิ่นเหม็นฉุยจากสวนหลุม
คนทำธุระทีต้องนั่งจ้องตากันไร้ประตูปิดบัง เพราะรัฐบาลกลางมองสาธารณูปโภค สำคัญกว่าสุขา...
จนคนคุนหมิงสุดทนยื่นคำขาดถ้ารัฐยังเมินเฉยแบบนี้ จะขอแปรพักตร์พึ่งตนเองหรือหันซบอกเมียนมา สปป.ลาวหรือไทยแทน ด้วยการเดินทางสะดวกกว่าไปปักกิ่ง...เจอเงื่อนไขนี้ปักกิ่งถึงยอมปันงบประมาณให้พัฒนาสุดลิ่มทิ่มตำอย่างที่เห็นทุกวันนี้
ทัวร์ไทยถึงพลอยส้มหล่นได้ขายกรุ๊ปเที่ยวคุนหมิงสมใจ แต่ไม่พ้นทัวร์วัดวาอารามซึ่งถือเป็นอู่อารยธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของจีนมาก่อน เหมือนทัวร์จีนมาไทยต้องไปไหว้พระแก้วมรกต ทำบุญพระปรางค์วัดอรุณฯ หรือมาเชียงรายแวะไปสักการะวัดพระแก้ว ชมสถาปัตยกรรมไทยสไตล์วัดร่องขุ่น
และ...ไหว้พระพุทธสิหิงค์วัดพระสิงห์กับขอพรพระธาตุดอยสุเทพเชียงใหม่อะไรทำนองนั้น
แล้วถ้าคนไทยไปคุนหมิงล่ะ สิ่งแรกที่ต้องเยี่ยมเยือนคือ “วัดเช็นวู” บน “ภูเขามิงเฟ็ง” ชานเมืองที่ตั้งวิหารทองคำขนาดใหญ่สุดของจีนสร้างด้วยทองคำหนัก 200 ตัน อายุกว่า 300 ปี มีความสำคัญสูงสุดในมณฑลยูนนานเลยทีเดียว
...
ลักษณะวิหารทรงจีนสูงราว 6.5 เมตร ราว ประตูหน้าต่างและเสาต้นต่างๆหล่อด้วยลวดลายงดงามมาก ทราบว่าผู้สร้างคือ “อู๋ซังกุ้ย” แม่ทัพเอกราชวงศ์หมิง ที่ต้องการไถ่บาปคราวทรยศต่อราชวงศ์ ที่เป็นไส้ศึกนำทัพแมนจูมาตีเมืองจีนสำเร็จแล้วสถาปนาตนเองเป็นราชวงศ์เช็ง
อู๋ซังกุ้ยรู้ว่าตนไม่เป็นที่ไว้วางใจต่อราชวงศ์เช็ง เกรงจะทรยศในภายหลังจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการนำทองคำจากเหมืองมาสร้างวิหาร แทนการผลิตหอกดาบศัสตราวุธถวายเป็นสวามิภักดิ์
โดยบนยอดเสาวิหารทั้ง 4 ด้าน ยังแฝงด้วยปรัชญาตามโบราณจีนด้วยการสร้างลูกกลิ้งทองคำเป็นเคล็ดทิ้งไว้ในโพรงขนาดฝ่ามือลอดได้ เพียงเพื่อให้คนขึ้นมาเที่ยวใช้ความเพียรพยายามเขย่งขึ้นไปสัมผัสวัตถุดังกล่าว...โดยเชื่อว่าจะสัมฤทธิผลเกิดมงคลโชค
ทั้งเหล่าคนจีนที่มาจากต่างมณฑล ตลอดจนชาวต่างชาติที่ดั้นด้นมาถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งภูเขา
มิงเฟ็งทุกประการและจะได้กลับมาเยือนวิหารนี้อีกเป็นคำรบสอง สาม กระทั่งสี่ ห้า ต่อไปอีกหลายครั้งหลายครา
...
ส่วนในตำแหน่งที่อยู่ใกล้กันแค่ 500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกต้นไม้เจริญพันธุ์ชนิดหนึ่งโดยใครเอามือไปลูบตรงบริเวณตาไม้เรียกว่า “สะดือ” จู่ๆลำต้นและเรียวใบจะสั่นระริกไปมาอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นปริศนาธรรมจีนที่ว่า “ต้นไม้บ้าจี้” หรือ “ต้นไม้จั๊กจี้” ไปอย่างนั้นเอง
O O O O
...
ศรัทธาความเชื่อที่ทำให้ผู้แสวงหาต้องดั้นด้นไปอีกที่ เรียกว่าทุกคนมาแล้วต้องไปให้ถึง นั่นก็คือ “วัดไต้หัว” ด้วยว่าที่นี้นั้นมี “ประตูมังกร” ตรงริมทะเลสาบเทียนฉี
โดยต้องเดินขึ้นบันได 300 ขั้นจึงจะถึงประตูดังกล่าว ว่ากันว่า...หากใครได้เดินลอดประตูนำโชคอายุ 700 ปีเข้าไป อนาคตจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีทันตาเห็น
สถานที่นี้เดิมเป็นตำหนักบางฤดูเจ้าผู้ครองมณฑลสมัยราชวงศ์ง้วนเชื้อสายมองโกล ชื่อ “เหลียงหวัง” คน “แซ่เหลียง” ต่อมาได้มอบเป็นสาธารณสมบัติแล้วสถาปนาเป็น “วัดซันจิงเก๋อ” ในลัทธิเต๋า
ต่อมาขุนศึกสมัยหมิงได้เข้ามาดูแล กระทั่งจีนเข้าสู่ยุคคอมมิวนิสต์รัฐบาลถึงยื่นมือเข้ามาบริหารจัดการถึงปัจจุบัน
ความโดดเด่นของประตูแห่งนี้...ปรากฏรูปเก๋งจีนมีลายมังกรพาดโคนเสาทั้งสองด้าน ส่วนด้านในผนังถ้ำประดิษฐานรูปหล่อเจ้าแม่กวนอิม เคยเกิดปาฏิหาริย์บ่อยครั้งเมื่อหลายร้อยปีก่อน ฤดูฝนทุกปีจะมีพายุใหญ่ม้วนตัวพุ่งขึ้นไปในอากาศกลางทะเลสาบ คล้ายมังกรศักดิ์สิทธิ์ทะยานสู่ท้องฟ้าให้เห็น
หลังจากนั้นจึงมีการสร้างประตูมังกรขึ้นเรียก “ซุ่นเหม่ยเหลินซัด” พายุใหญ่เหมือนลางบอกเหตุบางอย่างพลันหายไป และขณะเดียวกันใครที่มาตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งใดก็มักจะได้ดังใจปรารถนาทุกรายไป
“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.
(ภาพจาก naver.com)
รัก-ยม