งานเที่ยวเมืองไทย หรือ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 ประจำปี 2566” (TTF2023) ปีนี้กลับมาคึกคักหลังซบเซาเพราะโควิดระบาดมา 3 ปี ซึ่งงานเที่ยวเมืองไทย 2566 นี้มีแนวคิดการจัดงานโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อย่างน่าสนใจ
สรุปงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ททท.ชูแนวคิดชวนเที่ยวเมืองไทย 5 ภาค ด้วย “นวัฒนธรรม” (นวัตกรรม+วัฒนธรรม) หรือ Inno-Cultural for Sustainable Tourism ที่นำความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสาน เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรม วิถีชีวิต อัตลักษณ์ ของ 5 ภูมิภาค เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ด้วยการบอกเล่าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เคยเห็น (Unseen) เรื่องราวที่ไม่เคยรู้ (Untold) และแกะกล่องการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ (Unbox) ผู้ที่เข้าร่วมชมงานจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไร้ขีดจำกัด (Unlimited) สิ่งที่เหนือความคาดหมาย (Unpredictable) ความน่าสนใจของเมืองไทยแบบไม่น่าเชื่อ (Unbelievable) ตลอดจนสัมผัสสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวแบบเกินต้าน จนหยุดเที่ยวไม่ได้ (Unstoppable) พร้อมเก็บเกี่ยวความทรงจำอันน่าประทับใจแบบลืมไม่ลง (Unforgettable) พร้อมแพ็กกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวทันที โดยดึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ นวัตกรรมด้านการท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารเด็ดจากทั่วทุกภาค การแสดงทางวัฒนธรรม และศิลปินชั้นนำ
...
9 โซนหลักภายในเทศกาลเที่ยวเมืองไทย
โซนที่ 1 : AMAZING THAILAND
ชวนเช็กอินจุดถ่ายรูปสุดอาร์ตใน Theme Area ด้วยมวลดอกไม้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ 5 ภูมิภาค และ LED Box พาท่องเที่ยวเสมือนจริงด้วยมุมมองภาพแหล่งท่องเที่ยวแบบรอบตัว มีการท่องเที่ยวผ่าน Deep Culture หรือวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณต่างๆ ของไทย นำไปสู่การออกเดินทางท่องเที่ยวตามรอยเกม แวะจิบกาแฟ รวมไปถึงการเลือกซื้อของที่ระลึก
โซนที่ 2 : หมู่บ้านภาคตะวันออก
เที่ยวตะวันออกแบบรักษ์โลก นำ Soft Power ด้านอาหาร มาเป็นจุดเด่น ชวนชิมก๋วยเตี๋ยวกั้ง ข้าวคลุกพริกเกลือ โรตีสายไหมทุเรียน ทอดมันกระวาน หมูชะมวง เส้นจันท์ผัดปู น้ำมะปี้ด ไอติมมะยงชิด และยังมีกิจกรรมรักษ์โลก เช่น การทำมัดย้อมสีจากเปลือกมังคุด การสาธิตทำโมบายจากขยะ พานักเดินทางเข้าสู่ ‘เกาะสีชัง เกาะแห่งรักษ์’ หนึ่งใน Unseen New Chapters พร้อมยกสะพานอัษฎางค์ สะพานแห่งความรักมาด้วย นอกจากนี้สาย Content พลาดไม่ได้ต้องมาถ่ายรูปแบบ 360 องศา กับ ‘เกาะขายหัวเราะ’ และ ‘ทุ่งโปรงทอง’ และยังมีกิจกรรม Soft Adventure ภาคตะวันออก เช่น ปีนหน้าผาจำลอง ทดลองเล่น Surf และพัตต์กอล์ฟ เป็นต้น
โซนที่ 3 : หมู่บ้านภาคกลาง
ที่น่าสนใจ เช่น “Trendy C2 ภาคกลาง” โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์ก "หอมนสิการ" ธรรมะแกลลอรี จ.สระบุรี Top Vote ในแคมเปญ Unseen New Chapters มาจัดแสดงแบบ Interactive ครั้งแรกนอกสถานที่ พร้อมเติมความสุขชาร์จพลังกายใจ ร่วมกับ สมาคมผู้บริโภคอินทรีย์ไทย (TOCA) นำเสนอสวนผักแนวตั้ง ผลักดันการท่องเที่ยววิถีเกษตรอินทรีย์ (Organic Tourism) ที่ยั่งยืน
โซนที่ 4 : หมู่บ้านภาคเหนือ
“เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ” ที่รวมการส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือไว้อย่างน่าสนใจ ที่มีทั้งจุดเด่นอาหารถิ่น แรงบันดาลใจจากความเชื่อและศรัทธา โดยนำจุดเด่นแหล่งท่องเที่ยวมาจำลองให้ได้ถ่ายรูปกัน เช่น บ้านหม่องโง่ยซิ่น บ้านอาจารย์โกมล อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ กิจการน้ำพุร้อนสันกำแพง ลานหินเลยดั้น ประเพณีสลากย้อม และจุดสำคัญคือ “เวิ้งแวดเวียง” นวัฒนธรรมฉาย Projection Mapping ที่พาชมสถานที่ท่องเที่ยว และเทศกาลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
...
โซนที่ 5 : หมู่บ้านภาคใต้
ชวน “เที่ยวภาคใต้” ในแคมเปญ “หรอยแรงแหล่งใต้” ผ่านธีม "14 x 24 x 365 หรอยแรง" ประกอบด้วย คือ
- เที่ยวใต้ 14 จังหวัด 14 สาย (เสิร์ฟเมนูประสบการณ์) 14 สไตล์ (มีจุดขายต่างกัน)
- 24 คือ เที่ยวใต้ความสุขที่คุณสัมผัสได้ 24 ชั่วโมง และ
- 365 คือ เที่ยวใต้หรอยได้ทุกเดือนตลอดปี/365 วัน
พร้อมถ่ายรูปกับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น ซุ้มประตูอุทยานธรรมเขานาในหลวง เขาพับผ้า หนึ่งใน Unseen New Chapters พร้อมจองที่พัก แหล่งท่องเที่ยวออนไลน์ ผ่าน TAT Department Store ภายในโซนนี้
โซนที่ 6 : หมู่บ้านภาคอีสาน
“หลงรักแผ่นดินถิ่นอีสาน” ชวนปลดล็อกประสบการณ์ท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “อีสาน...ไปไสกะแซ่บ” ที่มากกว่าอาหาร คือ ประสบการณ์ และไฮไลต์สำคัญที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ‘ไห-เทค’ เชิญร่วมเดินเข้าไหปลาร้าไฮเทคเรืองแสง พบประสบการณ์การเป็นปลาในไห พร้อมรับรู้เรื่องราวของปลาร้าตั้งแต่เริ่มต้นจนโกอินเตอร์ผ่านน้อง ‘ยอนนี่’ สุดน่ารักด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
...
โซนที่ 7 : พันธมิตรท่องเที่ยวไทย
ททท.จับมือกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้ถึงการท่องเที่ยวในแง่มุมต่างๆ แบบ TAT and the Gangs ที่มีทั้งภาครัฐ องค์การมหาชน และเอกชนมากมาย ที่นำไฮไลต์แหล่งท่องเที่ยวและแคมเปญลดแลกแจกแถมมาให้ได้เลือกบริการกันเต็มที่
โซนที่ 8 : เวทีกลาง
จัดเต็มบรรยากาศแห่งความสนุกสนาน ชวนออกท่องเที่ยวแบบ Unstoppable ตลอด 5 วัน โดยมีการแสดงสะท้อนอัตลักษณ์ของท้องถิ่นทั้ง 5 ภูมิภาค
โซนที่ 9 : TAT NET ZERO
ที่มีการนำเสนอความพร้อมของสินค้า บริการ และกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Sustainable Tourism รวมทั้งกิจกรรมสร้างสรรค์การท่องเที่ยวในรูปแบบ Tourist Journey ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) ตามแนวคิด TAT Net Zero ภายใต้ยุทธศาสตร์ Sustainable Tourism Goals: STGs ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น
- โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Green Market เที่ยวด้วยช่วยได้ ตลาดสีเขียวรักษ์โลก
- ใช้ซ้ำค้ำจุนโลก การจัดแสดง Turning Trash to Treasured Art เปลี่ยนขยะสู่งานศิลปะล้ำค่า
- กิจกรรม Share and Care the World ร่วมสัมผัสประสบการณ์และออกเดินทางไปกับ "เส้นทางการท่องเที่ยว Low Carbon เที่ยวไทย หัวใจฮีโร่" ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชุมชน
...
ทั้งนี้งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2566 ที่ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.