ทะเลสาบเทคาโป สวยงามดุจภาพเขียน.
เราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เพื่อไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ก่อนต่อเครื่องสายการบิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (Air Asia X) บินสู่เมืองไครสต์เชิร์ช ซึ่งต้องใช้เวลาอีกราว 11 ชั่วโมง แม้จะเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ แต่ผู้โดยสารก็ยังได้รับความสะดวกสบาย ที่แน่ๆคือสบายกระเป๋าสตางค์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการประหยัดค่าตั๋วไว้เพื่อไปเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆใน ระหว่างเดินทาง
เมืองไครสต์เชิร์ช (Christchurch) เป็นประตูสู่เกาะใต้ของแดนนกกีวี เป็นเมืองศูนย์กลางด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของเกาะใต้ แม้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวให้ระทึกขวัญกันบ้าง แต่คนที่นั่นก็ไม่ได้หวาดหวั่น เพราะความเสียหายขีดวงจำกัดอยู่แค่ในตัวเมือง สถานการณ์โดยรวมถือว่ายังเป็นปกติ
หลังออกจากสนามบิน เราตรงดิ่งไปนอกเมือง สู่เขต ที่ราบแคนเทอร์เบอรี (Canterbury) ที่นี่เหมาะกับการขับรถท่องเที่ยวมาก ทิวทัศน์สองข้างทางเป็นเนินเขาสลับทุ่งหญ้าเขียวขจีไว้ใช้เลี้ยงปศุสัตว์ จำพวกแกะ วัว และม้า โดยมีฉากหลังเป็น เทือกเขาแอลป์ใต้ (Southern Alps) ซึ่งบนยอดเขามีหิมะปกคลุมตลอดปี จอดถ่ายภาพมุมไหนก็ได้รูปสวยๆทั้งนั้น แถมที่นี่ยังใช้รถยนต์พวงมาลัยขวาเหมือนบ้านเราอีกด้วย
...
ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ไปเยือน อุณหภูมิยามกลางวันราวๆ 10 กว่าองศาเซลเซียส แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นเฉียบถึงขั้นติดลบ คืนแรกเราเข้าพักที่ Terrace Downs High country Resort รีสอร์ตสุดหรูกลางหุบเขา แม้ค่ำคืนจะเหน็บหนาว แต่การต้อนรับอันอบอุ่นของเจ้าภาพกลับทำให้ผู้มาเยือนอุ่นใจ
แสงแรกแห่งวันที่สาดส่องยอดเขาสวยจนเกินบรรยาย และปลุกเราให้ตื่นจากที่นอนแสนนุ่ม หลังอาหารเช้าเราไปร่วมกิจกรรมผจญภัยด้วยการลงเรือเจ็ตโบ๊ต ล่องแม่น้ำ Raikaia River สัมผัสความหนาวเย็นและชื่นชมความงามของแม่น้ำสีฟ้าใสที่เกิดจากธารน้ำแข็ง ละลายตัว สูดอากาศบริสุทธิ์เก็บเอาโอโซนไปจนชุ่มปอด
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ที่สวยงามเหมือนภาพเขียน ผืนน้ำมีสีเขียวอมฟ้า หรือสีเทอร์ควอยส์ ริมทะเลสาบจะมีโบสถ์เล็กๆ น่ารัก ชื่อว่า Church Of the Good Shepherd ใครได้มาแต่งงานในโบสถ์นี้คงจะโรแมนติกสุดๆ ใกล้กันมี อนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะ (Sheep Dog) สร้างด้วยสำริด เมื่อ ค.ศ.1968 เพื่อยกย่องคุณความดีของสุนัขคอลลี่แสนรู้ที่ช่วยเหลือชาวไร่ในการเลี้ยงแกะ สมัยอดีต และได้ไปร่วมกิจกรรมสนุกๆที่ Alpine Springs & Spa อาทิ สเกตน้ำแข็ง สไลเดอร์ในสโนว์ปาร์ค หรือการแช่น้ำพุร้อนธรรมชาติในสระ Hot Pools ที่มีอุณหภูมิระหว่าง 36-40 องศาเซลเซียส คืนนี้เราพักค้างแรมที่ Peppers Bluewater Resort ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆทะเลสาบ
...
รุ่งเช้าเรามุ่งหน้าไปเยือน อุทยานแห่งชาติเอารังกิ เมาท์คุก (Aoraki Mount Cook National Park) ที่มีจุดเด่นคือ ยอดเขา เมาท์คุก (Mt.Cook) ความสูง 3,754 เมตร ซึ่งสูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ใต้ และสูงอันดับที่ 37 ของโลก ชาวเมารีชนพื้นเมืองเรียกยอดเขานี้ในภาษาไวทิงกิ ว่า เอารังกิ (Aoraki) แปลว่า “เขาสูงเสียดเมฆ” ที่นี่มีโรงแรมสุดหรูชื่อ The Hermitage ตั้งประชันหน้ากับเมาท์คุกแบบ
เต็มๆ แขกที่มาพักจะได้ตื่นออกมายืนมองแสงแรกสาดส่องยอดเมาท์คุก ที่จะเปลี่ยนสีได้ตามสภาพแสง งดงามประทับใจและน่าอัศจรรย์จริงๆ
ไฮไลต์ที่ผู้มาเยือนอุทยานแห่งชาติเอารังกิ เมาท์คุก ไม่ควรพลาด คือการนั่งเครื่องบินเล็กหรือเฮลิคอปเตอร์บินชมสภาพภูมิประเทศของเทือกเขา และยอดเขาเมาท์คุกแบบใกล้ชิด ก่อนที่เครื่องบินจะไปจอดกลาง ธารน้ำแข็งทัสแมน (Tasman Glacier) เพื่อให้นักท่องเที่ยวลงไปเดินย่ำหิมะละเอียด และสัมผัสความหนาวเย็นในระดับติดลบราว -10 องศาเซลเซียส
...
ต้องยอมรับว่า เกาะใต้นิวซีแลนด์เป็นแผ่นดินที่งดงามดุจดินแดนเทพนิยาย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแนวผจญภัยและอยากดื่มด่ำซึมซับบรรยากาศ ธรรมชาติแท้จริง ลองหาโอกาสไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิตแล้วจะประทับใจ สนใจข้อมูลการท่องเที่ยวและตารางการบินสู่เมืองไครสต์เชิร์ช ค้นหาได้ที่ www.christchurchnz.com และ www.airasia.com