กลุ่มเยาวชนผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตมุสลิม ร.ร.บ้านบ่อหิน.
ชุมชน นับเป็นต้นน้ำแห่งสายธารทางวัฒนธรรม ที่จะหลอมรวมสังคมให้ดำรงอยู่อย่างมีอารยธรรม ทั้งยังเป็นแรงผลักดันเพื่อขับเคลื่อนแนวคิด กระบวนการเรียนรู้ และแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าของผู้คนที่อยู่ร่วมกัน
ชุมชนบ้านบ่อหิน อำเภอละงู จังหวัดสตูล ชุมชนมุสลิมที่มีการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งมีวิถีเรียบง่าย สงบสุข และสันติ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้วิถีชีวิตมุสลิมมีการเปลี่ยนแปลงชาวชุมชนบ้านบ่อหินจึงมี แนวคิดจะจัดทำพิพิธภัณฑ์ชุมชนขึ้น เพื่อรวบรวมเรื่องราวของคน มุสลิมตั้งแต่เกิดจน กระทั่งเสียชีวิต เป็นการอนุรักษ์วิถีชีวิตมุสลิมที่ดีงามไว้ให้ลูกหลานได้สืบสาน และให้ผู้คนที่สนใจได้มาศึกษาหาความรู้
...
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีและมหาวิทยาลัยราชภัฏ นครศรีธรรมราช ที่เข้าร่วม โครงการแคมป์สนุกคิดกับอินทัช “เยาวชนพอดี โรงเรียนพอเพียง” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา จัดทำตัวอย่างโครงการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนที่เน้นการใช้ประโยชน์ได้ จริง และนักศึกษากลุ่มดังกล่าวได้ร่วมกับชาวชุมชนบ้านบ่อหิน จัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตมุสลิม” ขึ้นภายในโรงเรียนบ้านบ่อหิน ศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน
ฝาฮัด สันหรน (ฮัด) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเล่าถึงแนวทางการดำเนินโครงการว่า นักศึกษาได้ร่วมกับโรงเรียนสืบค้นประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านบ่อหิน รวบรวมและจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ เริ่มตั้งแต่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ พิธีกรรมตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต อาทิการโกนผมไฟ การสุหนัต การแต่งงาน การละหมาด การถือ
ศีลอด ประเพณีการจัดงานศพ ฯลฯ รวมทั้งจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลสู่ชุมชนส่งเสริมและจัดอบรม อาชีพให้คนในชุมชน จัดงานแสดงผลิตภัณฑ์และจัดทำศูนย์จำหน่ายของที่ระลึกของชุมชน อาทิ เครื่องแต่งกายชาวมุสลิมการออกแบบลวดลายสำหรับปักลงบนฮิญาบ(ผ้าคลุมผมสุภาพ สตรี)การผลิตตุ๊กตาผ้าปาเต๊ะ และการสานเสื่อจากใบหนามเตย เป็นต้น
นิทรรศการ ที่จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ ทำให้ เราเรียนรู้และเข้าใจในวิถี ชีวิตและวัฒนธรรมชาวมุสลิม มากขึ้น ยกตัวอย่าง “การสุหนัต” ภาษาอาหรับว่า “สุนนะฮ” แปลว่า “แบบอย่าง หรือแนวทาง” หมายความว่า เป็นการปฏิบัติตามนบีที่ได้เคยทำมา ในภาษามลายูใช้คำว่า “มาโซะยาวี” (มาโซะ แปลว่า “เข้า” ส่วน “ยาวี” เป็นคำที่ใช้เรียก ชาวอิสลามที่อยู่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวม) หมายถึงการเข้าอิสลาม หรือพิธีขริบหนังปลายอวัยวะเพศชาย และยังมีการสุหนัตในหญิงด้วย ซึ่งการสุหนัตมีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาสุขอนามัยนั่นเอง
...
พิพิธภัณฑ์ แห่งนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต นอกจากเราจะได้รับความรู้จากนิทรรศการที่ได้จัดแสดงไว้แล้ว ยังมีกลุ่มชาวบ้านบ่อหินที่อาสามาถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญา และประสบการณ์ ให้กับผู้สนใจ ใครจะรู้บ้างว่าแค่เสื่อผืนเดียวก็มีความหมายต่อผู้คนเพียงใด แต่ถ้าไปถาม ฮาหยาด นุ้ยน้ำวงค์ คุณป้านักสานเสื่อแห่งบ้านบ่อหิน จะเล่าได้อย่างกระจ่างว่า “เสื่อในสมัยโบราณ ชาวมุสลิมจะใช้ประกอบพิธีทางศาสนา คือ พิธีศพ จะใช้เสื่อในการห่อศพก่อนนำไปฝัง และส่วนมากจะสานจากใบหนามเตย หรือกระบุงใบใหญ่ที่สานจะใช้ใส่เทินหัวเวลาขนของ หรือใส่ข้าวสารเหมือนคนมลายู แต่สมัยนี้พบเห็นน้อยลง ซึ่งสิ่งที่หายไปเหล่านี้จะได้เห็นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้”
ขณะที่ ผู้ใหญ่ใจดี สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร อินทัช กรุ๊ป ผู้สนับสนุนโครงการกล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตมุสลิม เป็นโครงการที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมิติด้านวัฒนธรรม โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างคนในชุมชน รวมทั้งยังส่งเสริมให้ความรู้ เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเสริม มุ่งหวังให้ชุมชนตระหนักถึงคุณค่าในวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่กับชุมชน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือหนึ่งในการสื่อสารให้คนในชุมชนเห็นคุณค่าของการ ดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในด้านการใช้ชีวิต ให้ทุกคนสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”.
...