ไลฟ์สไตล์
100 year

เที่ยวตามตะวัน : ซัตเต...เห่ลมรัก "สุรินทร์" in LOVE

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.พ. 2563 05:05 น.
SHARE

ลมหนาวเดือนกุมภาพันธ์พัดมาเบาๆ ปลุกผู้คนจากภวังค์...

สำหรับชาว กูย ที่บางครั้งก็ออกเสียงว่า กวย ที่บรรพบุรุษของพวกเขามีวิถีวัฒนธรรมอยู่กับช้าง โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการคล้องช้างป่ามาตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย สืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน และเมื่อฤดูกาลแห่งความรักเริ่มต้น การแต่งงานบนหลังช้างในพิธีแต่งงานที่เรียกว่า “ซัตเต” คือสีสันที่ไม่ธรรมดาของชาวกูย

เรื่องราวของคนกับช้างที่จังหวัดสุรินทร์ มีมายาวนาน โดยเฉพาะที่ หมู่บ้านช้างตากลาง ต.กะโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งมีการจัดพิธีแต่งงาน บนหลังช้างของคู่บ่าวสาวหลายสิบคู่ ทั้งคนสุรินทร์ คนกูย และคนเมือง

ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน...

พี่หน่อง ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ เชิญชวนคู่รักให้ไปร่วมจัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียนบนหลังช้างที่จังหวัดสุรินทร์ ครั้งที่ 13 ระหว่าง วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2563 นี้

ผอ.ททท.สุรินทร์ บอกว่า กิจกรรม “แต่งงานและจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” เป็นอีกงานที่ จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันจัดขึ้น ณ ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ และร่วมอนุรักษ์วิถีชีวิตสืบสานประเพณีการแต่งงานแบบชนพื้นเมืองดั้งเดิมของสุรินทร์ให้คงอยู่สืบไป

การแต่งงานบนหลังช้าง...เป็นไฮไลต์และสีสันของเมืองสุรินทร์ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปร่วมงานซัตเต...ที่มีเรื่องราวความเป็นมาน่าสนใจ

เมื่อหนุ่มสาวชาวกูยถูกตาต้องใจกันจนถึงขั้นตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ฝ่ายชายก็จะทำพิธีสู่ขอที่เรียกว่า จีเจาะกะมอล จากนั้นก็จะมีการเจรจาตกลงเรื่องค่าสินสอดทองหมั้น เรียกว่า จีเมาะกะมอล เมื่อเรียบร้อยก็จะทำพิธี จีโต๊ะ หรือ หมั้นหมายกันไว้ก่อน โดยฝ่ายชายจะนำเครื่องหมั้น เช่น หมาก พลู เหล้า บุหรี่ สร้อย แหวน ทองคำ หรือเงินสด มาวางไว้ก่อนจำนวนหนึ่ง ส่วน ที่เหลือให้นำมาในวันแต่งงานหรือวันซัตเต...ซึ่งเป็นวันสำคัญที่สุด

พิธีการในวันนี้...บอกเลยว่า ถ้าในแง่ของความเป็นเจ้าพิธีแล้ว ก็ไม่ธรรมดาเลย เพราะต้องตระเตรียมข้าวของมากมาย ตั้งแต่ อะหลิเครื่องมาด หรือหมูที่ตายแล้วแต่ยังไม่ชำแหละ มาเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ

เตรียมน้ำตาลอ้อยที่ทำจากน้ำอ้อยบรรจุในใบตาล เพื่อใช้สำหรับไหว้ญาติผู้ใหญ่ กระบุง 1 คู่ ในกระบุงใส่ข้าวเปลือก มีหินลับมีดวางอยู่ข้างข้าวเปลือก เต่าน้ำจืด 1 ตัว ปลาแห้งจำนวนพอสมควร พานบายศรี มีด้ายมงคลไว้ผูกข้อมือ ไก่ต้มทั้งตัว ผ้าไหมใหม่ สำหรับไหว้พ่อแม่เจ้าบ่าว คนละชุด และผลัดเปลี่ยนในพิธีอาบน้ำ 1 ชุด

ผอ.ธมลวรรณ บอกว่า เสน่ห์ของงานซัตเตอีกอย่างคือการแต่งกายของคู่บ่าวสาวที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร เจ้าบ่าวจะใส่เสื้อผ้าไหมแขนยาวสีขาวหรือสีครีม มีผ้าไหมคล้ายผ้าสไบพาดบ่า นุ่งโจงกระเบนด้วยผ้าไหมมัดหมี่ลายพญานาค ผ้ากระเนียว ผ้าไหมโสร่ง คาดเอวด้วยผ้าไหมลายสกอตหรือผ้าขาวม้า ที่ศีรษะมีด้ายมงคล 3 สี คือ แดง, ขาว, น้ำเงินใช้สวมหัว และเครื่องประดับสร้อยเงิน

ส่วนเจ้าสาวสวมเสื้อผ้าไหมแขนกระบอกสีอ่อนๆ สีขาวหรือครีมพอดีตัว และพาดไหล่ด้วยสไบผ้าไหมสีแดง นุ่งผ้าไหมลายโฮลที่มีความหมายดีเงินทองไหลมาเทมา ต่อเชิงกรวยที่ศีรษะเจ้าสาว สวม “จะลอม” ที่ทำจากใบตาล ทรงมงกุฎ เครื่องประดับเงิน เป็นการแต่งกายที่ผสมผสานตามวัฒนธรรมท้องถิ่น

“เมื่อถึงเวลาฤกษ์แต่งงาน คู่บ่าวสาวจะตักบาตรพระสงฆ์ร่วมกันและเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญตามแบบชาวกูย มีการผูกข้อมือบ่าวสาวด้วยด้ายมงคล จากนั้นจึงเข้าสู่ขบวนแห่ขันหมากของเจ้าบ่าว โดยมีผู้กางร่มให้เจ้าบ่าวในขณะเดินทางมาหาเจ้าสาว บนร่มจะผูกด้วยผ้าสามสี เพื่อเป็นมงคล และมีการกั้นประตูเงินประตูทอง คล้ายกับงานแต่งงานทั่วไป” ผอ.ททท.สุรินทร์ให้รายละเอียด

พิธีซัตเต...เริ่มต้นขึ้นเมื่อพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจูงมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวมายังกระท่อมพิธี เจ้าบ่าวสวมด้ายมงคล เจ้าสาวสวม กะลอม จะมะ หรือเครื่องประดับแหวน ต่างหู สร้อยที่เจ้าบ่าวเตรียมมาให้เป็นสินสอด

มีพิธีกรรมอันหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าชาวกูยจะออกไปคล้องช้างป่าหรือทำพิธีใดๆจะต้องมีการเสี่ยงทายโดยใช้วิธีดึงกระดูกคางไก่เสี่ยงทาย ในการแต่งงานหากกระดูกออกมาไม่คดงอ สวยงาม ก็หมายความว่าชีวิตคู่จะอยู่แบบมีความสุข จากนั้นก็มีการอวยพร นับเงินสินสอด และเจ้าสาวต้องอาบน้ำให้พ่อแม่เจ้าบ่าวและให้สวมใส่ผ้าไหมชุดใหม่ที่เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี

ส่วนที่เป็นไฮไลต์เพิ่มมา พี่หน่อง...บอกว่า คือการจดทะเบียนบนหลังช้าง ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลก มีที่นี่ที่เดียว...!

หนุ่มสาวคู่ไหนสนใจดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.surinpao.org  หรือโทร.สอบถามการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0-4451-4447-8 รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่ๆ

ขนาดยังไม่ได้แต่งแค่ฟังสีสัน...การแต่งงานบนหลังช้าง ก็นึกอยากจะแต่งงานขึ้นมาแล้ว รอแค่มีคนมา In LOVE เท่านั้นล่ะ...!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวตามตะวันซัตเตสถานที่ท่องเที่ยวสุรินทร์พิธีแต่งงานหลังช้างธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐพิธีซัตเตอื่นๆ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 02:28 น.