คนส่วนใหญ่ปรารถนาเกิดมาให้เป็นผู้เลิศ ผู้เจริญ ผู้ประเสริฐ ได้ชีวิตดี มีหลักประกัน ได้ความเป็นเลิศ ประเสริฐสุด ได้ความก้าวหน้า ยอดเจริญ ตามรอยได้ที่นี้ แล้วคุณจะเปลี่ยนจิต พบความสุข สงบ สว่าง สบาย ได้ในชีวิตนี้.. วันนี้วันพระ ผู้เขียนตั้งสัจจะอธิษฐานรักษาศีล 8 ทุกวันพระ ... คำเตือนเหมือนเดิม ตั้งจิตอนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ตอนนี้พาสัมผัส ความเป็นเลิศประเสริฐของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาทำไม ? เพื่ออะไร ? โดยการท่องเที่ยวเชิงพัฒนาจิต ณ สถานที่ประสูติลุมพินี เนปาล

ความเดิมตอนที่ 1 - 4 .... ผมพาไปเที่ยวสถานที่ตรัสรู้ เราได้ปัญญาเป็นอาวุธ รู้แจ้งแทงตลอด ได้ชัยชนะด้วยบารมีไม่มีแพ้ ที่เมืองพุทธคยา ตอน 2 พาเที่ยวสุขใจได้บรรลุธรรมในชาตินี้ เพราะไปยังสถานทีพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวา ได้บรรลุธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เมื่อได้ฟังธรรมะจากพุทธองค์ ได้บรรลุธรรมทันที ตอน 3 พบทางสว่าง ได้บริวาร เปิดมิตร ปิดศัตรู พัฒนาจิตสู่อริยะ สำเร็จสมปรารถนา เพราะพบสถานที่แสดงปฐมเทศนา ได้ความจริงอันประเสริฐสี่ประการ ตอน 4 พาไปพิสูจน์การล้างบาป ละลายกรรม พบปัญญาวิมุติ (หลุดพ้น) สำหรับบทนี้ผมพาตามรอย “ เป็นผู้เลิศ ผู้เจริญ ผู้ประเสริฐ ได้ชีวิตดี “ ครับ

...


คณะออกเดินทางจากพาราณสี เดินทางไปลุมพินี ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า 326 กม. (ใช้เวลา 9-10 ชม.) ระหว่างเดินทางสวดมนต์ ฟังธรรมบรรยาย พระสูตร พระวินัย และพระอภิธรรม (สวดบารมี 10 ทิศ 56 จบ) เดินทางผ่านเมืองโครักปูร์ (สวดบทถวายพระพรพาหุง 81 จบ) ฟังธรรมบรรยายก่อนครับ หลายคนเคยตั้งคำถามไม มนุษย์เกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม เพื่ออะไร ? หลายคนตอบว่าเกิดมาจากคุณพ่อคุณแม่แต่งงานกัน จึงมีหนู อะไรอีกมากมายที่จะคิดต่าง ๆ กันไป มนุษย์เกิดมาจากไหนกันแน่ จากการค้นคว้าและปฏิบัติธรรม ได้คำตอบที่พอใจว่ามนุษย์เกิดมาจากธรรมชาติทั้งสี่ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ ประกอบกันเป็นร่างกายมนุษย์ขึ้นมา กล่าวคือธาตุดิน ในร่างกายมนุษย์มีดังนี้ เช่น กระดูก เล็บ ขน ผิวหนัง อื่น ๆ ธาตุน้ำ ในร่างกายมนุษย์มีดังนี้ เช่น เลือด น้ำต่าง ๆ ในร่างกาย อื่น ๆ ธาตุลม ในร่างกายมนุษย์มีดังนี้ เช่น ลมหายใจ อื่น ๆ และธาตุไฟ ในร่างกายมนุษย์มีดังนี้ เช่น ไฟริษยา ไฟโกรธ อารมณ์โกรธ สามารถฆ่าคนได้ และอื่น ๆ เมื่อร่างกายหมดอายุ หรือตาย ดับสังขาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะกลับคืนสู่ธรรมชาติทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหลืออย่างเดียวคือ ดวงจิต จิตดวงนี้จะมืดลงนรก หรือจิตขาว สะอาด สว่าง สงบ สบาย ดังนั้นดวงจิตของมนุษย์แต่ละดวงจึงสำคัญ มนุษย์เกิดมาต้องพัฒนาจิตที่คิดดี พูดดี กระทำดี ตลอด ไม่ตกอยู่ อกุศล 3 อย่างคือโลภ โกรธ หลง จึงยากที่จะรักษาคุณงามความดีของจิตให้อยู่กระทั่งหมดลมหายใจ ดังนั้นมนุษย์จึงต้องเข้าใจภาพรวมของการเกิดมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร ถึงจะเดินทางทั้งทางโลก ทางธรรมได้อย่างสมดุล (เรียกวาสักกายทิฏฐิ หนึ่งในข้อของโสดาบัน ผู้เข้าถึงกระแสธรรม อริยบุคคล เป็นหนึ่งในสี่ข้อของลำดับขั้นการหลุดพ้น) สรุปง่าย ๆ คือ มนุษย์เกิดมาเพื่อชดใช้กรรม (ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว), พระพุทธเจ้าให้มนุษย์เกิดมาเพื่อมาปฏิบัติธรรม, มนุษย์เกิดมาเพื่อให้ตนเองพ้นทุกข์ พ้นทุกข์จากอะไร จากวัฏสงสารคือจากการเกิด จากการแก่ เจ็บ และจากการตาย และมนุษย์เกิดมาเพื่อสร้างบารมีให้กับตนเอง เพื่อไปเกิดในภพภูมิสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป จากโลกียภูมิ จนกว่าจะสู่ประตูพระนิพพาน สู่โลกุตระภูมิ นั่งเอง

เนื่องจากระยะทางยาว เวลาบนรถนาน อินเดียตามชนบทหาอาหารและห้องน้ำลำบากมาก ระหว่างทางจึงต้องแวะทุ่งนา หรือป่า เป็นที่ปล่อยทุกข์ กลับคืนสู่ธรรมชาติ ถือว่าเป็นปุ๋ยให้หญ้าดิน คณะเราถึงพุทธวิหารสาลวโนทยาน ก่อนจะไปชายแดน อินเดียเนปาล แวะฉันน้ำปานะ สถานที่แห่งนี้ชาวไทยร่วมบริจาค ถือว่าเป็นห้องน้ำที่ดีที่สุดในย่านนี้ก้ว่าได้ และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดีย-เนปาล ชายแดนของสองประเทศ วันนี้มีปัญหามาก ตอนเราไปถึงมี รถข้นหิน ข้นทรายจากเนปาล จะเข้ามาเทขายที่ฝั่งอินเดีย เป็นอาชีพที่ทำกันมานาน แต่รัฐบาลเนปาลได้ขึ้นภาษีให้สูงกว่าเดิม พ่อค้าเนปาลไม่ยอมรับจึงเจรจาต่อรอง เมื่อไม่เป็นผลก็จอดรถขวางทางมิให้รถบรรทุกสินค้าใดๆจากอินเดียเข้าไป รถบรรทุกหินททรายจากเนปาลก็หยุดกันยาวเหยียด เป็นเรื่องความสัมผัสทั้งสองประเทศ หากทำภาคท่องเที่ยวต้องบริการให้ผ่านแดนสะดวกสบาย ผ่านด่านตกเย็นกว่าจะถึงวัดไทยลุมพินี ตอนกลางคืนสวดมนต์ ทำวัตรเย็น และนั่งสมาธิ ภาวนา มีความสุขปิติตลอดราตรี

วัดไทยลุมพินี ศูนย์รวมแห่งความเป็นไทยหนึ่งเดียวในเนปาล ตั้งอยู่ในเขตปริมณฑลสังเวชนียสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน ประเทศเนปาล จัดสร้างด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัทแห่งประเทศไทย โดยทุนงบประมาณแผ่นดิน ในนามรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วัตถุประสงค์เพื่อบูชาพระคุณของพระพุทธศาสนา และเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ว่ากันว่าชาวเนปาลมีความภูมิใจอย่างยิ่ง 2 อย่าง คือ 1.มีเทือกเขาหิมาลัยที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวสวยงาม มียอดเขาที่สูงที่สุดในโลก คือยอดเขาเอเวอเรสต์  สูง 8,848 เมตร 2.มีพระมหาบุรุษผู้เลิศที่สุดในโลกมาประสูติที่สวนลุมพินี จึงเป็นแนวคิดสร้างอุโบสถให้มีความผสมผสานด้วยความยิ่งใหญ่ทั้งสองอย่างให้มีลักษณะยาวสีขาวดุจหิมาลัย สีขาวดุจน้ำนมของพระพุทธมารดา ที่ได้ประทานแก่พระมหาบุรุษได้เสวย ภายในอุโบสถมีสีแดงดุจเลือดในพระอุราของพระมารดาที่ได้กลั่นมาเป็นน้ำนม

...

รุ่งเช้าคณะได้ออกบิณฑบาต และเจริญวิปัสสนาที่สำนักปฏิบัติธรรมปัณฑิตาราม (ภิกษุชาวเยอรมัน) สอนการนั่งแบบอาณาปาณสติ และพิจารณาดูลมหายใจเข้าออก และกลับมาฉันเพล (พระภิกษุนวกะฉันในบาตร) ตกบ่ายคณะเดินทางสู่ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าเป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ตั้งอยู่ระหว่าง กรุงกบิลพัสตุ์ และกรุงเทวหะ  พระนางสิริมหามายา พระมารดาของพระพุทธเจ้า ทรงสุบินว่าพระนางไปอยู่ในป่าหิมพานต์ มีช้างเชือกหนึ่งลงมาจากยอดเขาสูงเข้ามาหาพระนาง นำดอกบัว มาให้ เมื่อพระนางรับดอกบัวไว้แล้วก็ตื่นขึ้น ภายหลังโหราจาร์ย ประจำราชสำนักทำนายว่าเป็นสุบินนิมิตที่ดี จะมีพระราชโอรสผู้ประเสริฐอุบัติบังเกิด  (หลักฐานชิ้นนี้ทำให้ทราบว่าการฝันของคนเรา เป็นจริงได้เช่นกัน) ในขณะที่ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จประพาส สวน แห่งนี้ พระนางได้หยุดพักพระอิริยาบถ โดยประทับยืนพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ สมัยนั้นสาละทั้งหมดล้วนมีดอกออกสะพรั่งสวยงาม พระนางจนรู้สึกประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติเมื่อวันศุกร์ เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ภายหลังประสูติพระโอรสได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์  ต่อมาเมื่อทรงตรัสรู้ขึ้นไปโปรดสนองพระคุณพุทธมารดา จึงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาประทานแก่พุทธมารดาจบลง องค์พระสิริมหามายา พุทธมารดา ก็บรรลุโสดาปัตติผล และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับโลกมนุษย์

...

คณะเราได้เข้าไปสัมผัสภายในพระวิหารมายาเทวี  ซึ่งประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปวิหารมายาเทวี ประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก ปัจจุบัน ทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ ตอนนั้นอาคารยังเป็นสีแดง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนทาสีเป็นสีขาวแล้ว  สิ่งที่ต้องชมด้านนอกคือ เสาหินพระเจ้าอโศก ทำด้วยหินทรายกลม สูง 26 ฟุต 6 นิ้ว ส่วนกลมวัดได้ 7 ฟุต 3 นิ้ว มีส่วนที่ฝังอยู่ในดิน 8 ฟุต 6 นิ้ว เดิมมีความสูง 70 ฟุต หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน แล้ว พระเจ้าอโศก ได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 คณะเราได้ชมสระโบกขรณี อันเป็นสระน้ำที่พระนางสิริมหามายาได้ทรงสรงสนานในวันให้ประสูติกาลพระมหาบุรุษ ภายในก้นบ่อ มีตาน้ำ ๒ ตา เชื่อว่า เป็นตาน้าร้อน และน้ำเย็น ที่ฝั่งสระมีต้นโพธิ์ศรีอันร่มรื่น แล้วพระอาจาร์ยนำไหว้พระสวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลที่บริเวณต้นโพธ์แห่งนี้  ปัจจุบันทราบว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า โดยมีพระราชรัตนรังษี (ที่ปรึกษาโครงการและควบคุมการก่อสร้าง) ขออนุโมทนาบุญด้วยและขอเชิญร่วมบริจาคตามกำลังศรัทธาครับ แล้วคณะเราเดินทางกลับ เพื่อสวดมนต์ ทำวัตรเย็น และนั่งสมาธิ ภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลนำมาซึ่งความสุขปิติตลอดทั้งคืน ที่วัดไทยลุมพินี

...

รุ่งเช้าคณะได้ทำวัตรเช้า ที่วัดไทยลุมพินี เจริญพระพุทธมนต์ สมโภชธงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ถวายพระราชกุศล ในพระอุโบสถ และได้รับถวาย "พระเบบี้บุดด้า" พระพุทธปฏิมาปางประสูติ ที่มีพิธีพุทธาภิเษก โดยสามเณรชาวศากยะอธิษฐานจิต อัญเชิญเทวฤทธิ์มาสถิตในองค์พระเบบี้บุดด้า สามเณรวัยบริสุทธิ์ ในสมณะเพศบริสุทธิ์ พลังจิตบริสุทธิ์ เข้าสมาธิอธิษฐาน เพ่งกระแสสู่พระเบบี้บุดด้าปางประสูตินี้  จงมีพลังแห่งความสำเร็จ เจริญก้าวหน้า ยศศักดิ์สูงส่ง ลาภผลพูนทวี  ลูกหญิงลูกชายสบายภายหน้า  ปู่ย่าตายายอายุมั่นขวัญยืน  บิดามารดาธุรกิจฟูเฟื่อง  ทรัพย์สินเนืองนอง ญาติมิตรทั้งผองอยู่ดีมีสุข  ถึงลูกถึงหลาน ท่านนำไปบูชาดูและว่าตามนี้ครับ “ พุทธัง พามาเงิน  ธัมมัง พามาทอง  สังฆัง พามาเป็นมหาเศรษฐี  เอหิ จิตตัง  ปิยัง มะมะ ขอคุณพระคุ้มครอง สมปอง สมหวัง สมคิด สมปรารถนา ดังใจ เทอญ “ หรืออาจกล่าวได้เป็นข้อคิดคือ มือที่ชี้ขึ้นชี้ลง หมายถึงชีวิตคนเรามีขึ้น มีลง เมื่อชีวิตขึ้น อย่าชะล่าใจ ทำบุญกุศลพร้อมทาน ถือศีล เจริญภาวนา ปัญญา วิปัสสนา ให้พร้อม เมื่อชีวิตลงให้เข็มแข็ง เพราะมีพระพุทธเจ้าเป็นฐานกำลังอันประเสร็จ เปรียบเหมือนเทียนที่ส่องสว่างตอนกลางวัน ยามไร้ค่า เพราะสู่พลังแสงอาทิตย์ไม่ได้ แต่เมื่อเราทำบุญกุศลพร้อมแล้ว ณ เมื่อใด เมื่อเกิดไฟดับ หรือตอนกลางคืนมาถึง แสงเทียน ที่เราทำบุญกุศลพร้อมทาน ถือศีล เจริญภาวนา ปัญญา วิปัสสนา นี้ จะเกิดประโยชน์ ส่องแสงสว่างขึ้นมาอย่างทันที เมื่อถึงทางลง เรากลับสว่าง เป็นปริศนาธรรมที่แหลมคมมาก ได้ปัญญาเป็นผู้เลิศ ผู้เจริญ ผู้ประเสริฐ ตามรอยบาทพระบรมศาสดา....

ครั้งหน้า ตอนที่ 6 คณะออกเดินทางจากลุมพินี ไปเมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ได้อายุยืนยาว ป่วยหาย หน่ายรัก... ติดตามตอนต่อไปนะครับ... โทร. 02-993 7021, 089-925-5022

คติธรรม : “ เกิดมาชาตินี้ โอกาสที่จะเป็นเศรษฐี มีไม่เท่ากัน แต่โอกาสที่จะเป็นคนดี มีเท่ากัน "

Rating : ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือน (Must Go), Travel Note : 005/54

เรื่องและภาพ โดย ธนัช กรองกันภัย (ชื่อเดิมพิษณุ กองกันภัย อดีตพระมหาโพธิ์ ผู้เคยบวชใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ที่เมืองพุทธคยา อินเดียและเนปาล ปี 2550) อดีตประธานฝ่ายวิชาการ และรองประธาน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมท่องเที่ยวอเมริกาแห่งประเทศไทย (แอสต้า) 

http://twitter.com/Tanatonline
http://www.FaceBook.com/TanatPitsanuKongganpai
Email : Tanat.pk@gmail.com