แพขนานยนต์ลำใหญ่มุ่งสู่เกาะลันตา.
“หมู่บ้านเก่าแก่ กาแฟโบราณ จักสานเตยปาหนัน สวรรค์ทุ่งทะเล พื้นเพคนดี ศรีขุนเกาะกลาง”
ไม่ ใช่คำขวัญจังหวัด แต่เป็นสโลแกนของหมู่บ้านร่าหมาด หมู่บ้านเล็กๆในตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย นพ.พิพัฒน์
ยิ่ง เสรี เลขาธิการ อย. มอบหมายให้ นพ.นรังสันต์ พีระกิจ รองเลขาธิการ อย. นำทีมสื่อมวลชนไป “สานสัมพันธ์สื่อ@อย.ล่องอันดามัน สู่เกาะลันตา & พีพี” เมื่อไม่นานมานี้
บ้านร่าหมาด เดิมชื่อว่า หลาดตุ๊หยัง สืบเนื่องมาจากการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นคนที่นี่มักจะบนบานและสร้างศาล ตามที่ตนนับถือ เช่น ศาลโต๊ะกุรน ศาลโต๊ะแหรบ ศาลโต๊ะกร้าหมาด เป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านว่า “ร่าหมาด” ในปัจจุบัน
ชาวร่าหมาด มีวิถีชีวิตเรียบง่าย แต่ก็มีเอกลักษณ์ของตนเอง โดยเฉพาะอาหารเช้าที่นิยมรับประทานสืบทอดกันมานาน คือ ขนมข้าวเหนียว เช่น ขนมต้มใบมะพร้าว ข้าวเหนียวปิ้งห่อใบคลุ้ม กินกับกาแฟโบราณ รสชาติแบบกาแฟขม...ขนมหวาน เข้ากันได้ดี เป็นจุดเริ่มต้นของการทำกาแฟโบราณ อุตสาหกรรมเล็กๆในหมู่บ้าน ภายใต้ชื่อ “กาแฟโบราณร่าหมาด” ที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นผลิตภัณฑ์ดี เด่นระ– ดับ 3 ดาว ประจำปี 2546 ได้รับเครื่องหมาย มผช.ปี 2548 และรางวัล OTOP 4 ดาว ประจำปี 2553
...
เมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ที่ซื้อจากบ้านคลองท่อม ถูกนำมาคั่วบดกันแบบ Home Made พื้นบ้าน ที่คั่วเมล็ดกาแฟด้วยเตาฟืน จนเมล็ดกาแฟสดมีสีดำ จึงยกลงจากเตา แล้วนำน้ำตาลทรายแดงและขาวอย่างละเท่าๆกันมาเคี่ยวจนเป็นยาง มะตูม จากนั้นนำเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วไปผสมกับน้ำตาลที่เคี่ยวแล้วยก ลง นำกาแฟที่เย็นใส่ครกตำให้ละเอียด และนำมาร่อนเอาแต่เนื้อกาแฟที่ละเอียด วางไว้จนเย็น ก่อนจะบรรจุถุงเพื่อจำหน่ายต่อไป ซึ่งการมาเยี่ยมชมของ อย.ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ก้าวสู่มาตรฐานจี เอ็มพี เพราะนอกจากกาแฟแล้ว บ้านร่าหมาดยังมีข้าวซ้อมมือ เป็นสินค้าด้านอาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ชาว บ้านร่าหมาดยังมีภูมิปัญญาซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สืบทอด กันมานาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นรองแง็ง ลิเกป่าตาหยง ซึ่งในวันที่คณะไปเยี่ยมชมนั้น มีคณะรองแง็ง (สาวเหลือน้อย) มาแสดงให้เราชมด้วย
จาก บ้านร่าหมาด เราต้องข้ามแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ไปเกาะลันตา ซึ่ง คุณวีระ เกิดศิริมงคล นายอำเภอเกาะลันตา บอกว่า มาครั้งเดียว เที่ยวได้ถึง 3 เกาะ คือ เกาะลันตา เกาะลันตาน้อย และ เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งมีลักษณะสัณฐานของเกาะคล้ายแผนที่ประเทศไทย คือเป็นแหลมใหญ่ๆ นอกเหนือจากความสวยงามของเกาะแล้ว เกาะลันตายังเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปยังเกาะอื่นๆได้ ง่าย ไม่ว่าจะเป็นเกาะหลีเป๊ะ เกาะมุข หรือ แม้แต่ข้ามไปเกาะลังกาวี ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวที่เกาะลันตาในแต่ละ ปีมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน
และอย่างที่บอกว่า เกาะลันตานั้น มีลักษณะเป็นหมู่เกาะที่มีเกาะสามเกาะเรียงตัวจากเหนือจดใต้ และยังมีหมู่เกาะเล็กเกาะน้อยอีกราว 49 เกาะ มีอ่าวและหาดทรายทอดยาว เหมาะแก่การพักผ่อน อาบแดด หรือเล่นน้ำทะเล มากกว่าที่จะดำน้ำเหมือนเกาะอื่นๆ เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ หรือเกาะพีพี แต่ถ้าต้องการจะดำน้ำจริงๆ ก็สามารถเช่าเรือจากเกาะลันตาไปดำน้ำที่เกาะรอกได้
ที่ เกาะลันตา คณะของเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเล ที่บ้านสังกาอู้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเลที่มีขนาดใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของชาวเลอูรักลาโว้ย เนื่องจากสมเด็จย่าได้พระราชทานที่ดินผืนนี้ให้กับชาวเลได้อยู่ อาศัยและทำมาหากิน อีกทั้งยังพระราชทานนามสกุลถึง 5 นามสกุลให้แก่ชาวเลที่นี่ ได้แก่ นามสกุล หาญทะเล ประมงกิจ ทะเลลึก ช้างน้ำ และ ชาวน้ำ
...
ลักษณะ รูปพรรณสัณฐานของชาวสังกาอู้ จะมีผมหยิก ผิวดำ ปากหนาเหมือน นิโกร ซึ่งแตกต่างจากชาวอูรักลาโว้ยเผ่าอื่นๆเช่น ชาวมอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งจะตัวเล็กกว่า ผมไม่หยิกเท่า ส่วนผิวนั้นไม่ต้องพูดถึง วิถีชีวิตชาวเล ทำให้พวกเขามีผิวสีดำสนิท ชนิดที่เรียกว่า ถ้ายิ้มก็เห็นแต่ฟันเท่านั้นที่เป็นสีขาว ชาวสังกาอู้ต้อนรับคณะผู้มาเยือนด้วยการโชว์รำวงของบรรดาสาว รำวง ชาวสังกาอู้ ที่ใช้ชื่อคณะรำวงว่า “รำวงถุ้งสามปล้อง” ที่ดูจากหุ่น ของบรรดาแดนเซอร์สาวสวยแล้ว น่าจะมีเกินกว่าสามปล้อง ที่ดึงดูดความสนใจอีกอย่างก็คือ มือกลองของคณะถุ้งสามปล้อง ที่ใช้ถังน้ำมันและเท้าเป็นอุปกรณ์ในการตีกลอง เข้าจังหวะได้มันเหมือนคอนเสิร์ตเลยทีเดียวเชียว
...
ก่อนกลับ มีโอกาสถ่ายภาพในมุมพาโนราม่า เป็นมุมเล็กๆ แต่ได้อารมณ์ ความรู้สึกแบบที่โรแมนติก ก่อนที่จะแวะเข้าฝั่ง ซื้อกะปิ “เกาะลันตา” สินค้าขึ้นชื่อ ติดไม้ติดมือมาฝากเพื่อนบ้าน งานนี้เที่ยวแบบสบายๆ แต่กลับได้ความสุขแบบลูกทุ่งๆกลับมาเต็มกระเป๋าเป็นทริปล่องอัน ดามัน...ที่เหมือนสวรรค์อีกแบบหนึ่ง.