นมผงตราหมี แอดวานซ์เอ็กซ์เปิร์ท โดยบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด นำชม “ศูนย์วิจัยเนสท์เล่” ณ เมืองโลซานน์ และ “ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เนสท์เล่” ณ เมืองโคโนลฟิงเก้น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเผยถึงความทุ่มเทด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการค้นคว้าด้านเทคโนโลยีชั้นสูงของเนสท์เล่ โดยมี “ดร.นพวรรณ ชินะโชต” ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและจุลชีววิทยา และ “จันทรา โรจน์เจริญศักดิ์” ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็กโต-ผู้บริหารผลิตภัณฑ์นมผงตราหมี บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด รับหน้าที่นำชมกระบวนการทุกขั้นตอน ณ แหล่งผลิตต้นกำเนิดกว่าจะได้นมผงที่มีคุณภาพออกมาแต่ละชนิดต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเนสท์เล่ได้จัดงบกว่า 1.9 พันล้านสวิสฟรังก์ต่อปี หรือกว่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อทุ่มเทในการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีโภชนาการที่เหมาะสม และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก
...
ในส่วนของศูนย์วิจัยเนสท์เล่ ณ เมืองโลซานน์ นับเป็นศูนย์วิจัยด้านอาหารและโภชนาการที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดของโลก มีการทำงานร่วมกับเครือข่ายศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์อีก 28 แห่งทั่วโลก เพื่อทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ และจากการวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน จึงทำให้เนสท์เล่ผลิตนมผงตราหมี แอดวานซ์ เอ็กซ์เปิร์ท มีส่วนประกอบสำคัญคือจุลินทรีย์มากคุณประโยชน์ L-PROTEXTUS (แอล-โพรเทคทัส) ซึ่งประกอบด้วยโพรไบโอติก 2 ชนิด คือแล็กโทบาซิลลัส พาราคาเซอิ และบิฟิโดแบคทีเรีย ช่วยปรับสมดุลในระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการติดเชื้อ และลดอาการท้องผูกท้องเสียในเด็ก นอกจากนี้ ยังมีคุณประโยชน์จาก Prebio 1 ใยอาหารจากธรรมชาติ พร้อมด้วย DHA และ ARA ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง รวมถึงโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมองสำหรับเด็ก
ขณะที่ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ณ เมืองโคโนลฟิงเก้น เป็นแหล่งต้นกำเนิดเทคโนโลยี การระเหยน้ำออกจากนม ซึ่งเป็นกระบวนการถนอมรักษานมสด โดยทำให้เป็นผงแห้งหรือ “นมผง” ที่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน และเทคโนโลยีการเก็บรักษาจุลินทรีย์แอล-โพรเทคทัส ที่ยังมีชีวิตไว้ในสภาพคล้ายการจำศีล เพื่อให้สามารถคงประสิทธิภาพการทำงานและเก็บไว้ได้นาน โดยพร้อมทำงานอีกครั้ง เมื่อโดนน้ำต้มสุกในอุณหภูมิไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส ทุกอย่างที่ทุ่มเทไป ก็เพื่อให้สอดคล้องกับเจตจำนงของเนสท์เล่ คือ “Good Food, Good Life”.
...