หมู่พระตำหนักในมฤคทายวันราชนิเวศน์.
เพราะจุดมุ่งหมายในการเดินทางของขบวนรถโบราณ ที่จัดในนามสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เพื่อพาเหรดกันไปดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบย้อนยุคในตัวเมืองหัวหิน ซึ่งจัดกันแค่ปีละครั้ง ส่วนหนึ่งเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวเมืองชายทะเลยอดฮิตของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีกส่วนก็มีกิจกรรมเพื่อการกุศล อีกหลายรายการ
แม้กาลเวลาจะผ่านเลย รวมถึงปลายทางของขบวนรถรุ่นคุณปู่อยู่ที่ตัวเมืองหัวหิน แต่ระหว่างทางก็มีการแวะเข้ามายังชายหาดชะอำ และวันต่อมาก็มีกิจกรรมนั่งรถชมวิวริมทะเลเมืองเพชรที่ พระราชนิเวศน์มฤค-ทายวัน ซึ่งหลายคนอาจยังสับสนได้ง่ายว่าอยู่ในหัวหิน แต่จริงแล้วอยู่ ริมชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี แต่ความที่ระยะทางหากตั้งหลักจากตัวเมืองหัวหินไปค่ายพระรามหก ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 ซึ่งเป็นที่ตั้งพระราชนิเวศน์ฯ ประมาณ 30 กม. เลยดูใกล้ นั่งรถไป...ไม่นานก็ถึง
...
แต่ยิ่งใกล้กว่าหากมาจาก "หาดชะอำ" เพราะ ห่างกันแค่ 8 กม.เท่านั้น!
ทั้งนี้ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองเพชร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง เทพื้นคอนกรีตตลอด โดยที่พระตำหนักต่างๆ แบ่งกระจายเป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด เป็นหมู่อาคารที่วางเรียงกันตามความยาวของชายหาด แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ประทับทางทิศใต้ มีรั้วล้อม 3 ด้าน ภายในที่ประทับมีพระที่นั่งสามหมู่ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ กับส่วนที่อยู่ของข้าราชบริพารทางทิศเหนือ อยู่นอกรั้ว มีแนวถนนเลียบไปตามชายหาด มีบ้านพักรวม 28 หลัง แต่ปัจจุบันคงเหลือ บ้านเจ้าพระยารามราฆพ สมุหราชองครักษ์ เพียงหลังเดียว
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ควรรู้หากจะมาเยือนพระราชนิเวศน์ฯ อันดับต้นๆก็คือ โปรดแต่งกายให้สุภาพเข้าไว้ ไม่สวมเสื้อแขนกุด หรือสวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่า แต่หากเผลอใส่มา เขาก็มี "ผ้าคลุม-ผ้านุ่ง" ให้ยืมใส่ก่อนเข้าไปภายใน ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำข้อปฏิบัติการเข้าชมอีกครั้ง ส่วนค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท
มาเยือนพระราชนิเวศน์ฯแล้ว ก็อยากชี้ชวนให้แวะเข้า ชายหาดชะอำ ซะด้วย เพราะถือเป็นชายหาดที่ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองชะอำ โดยแนวทะเลของชะอำมีความยาวประมาณ 24 กม. มีถนนเลียบชายหาดจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ยาวประมาณ 4 กม. คนมาเที่ยวสามารถเดินเล่น นั่งรถ หรือเช่าจักรยานปั่นชมวิวกินลมทะเลแท้ๆ ได้อย่างสบาย เพราะบางช่วงที่ไป ชายหาดจัดว่าโล่งได้ใจจริงๆ
...
หนำซ้ำ เทศบาลชะอำและการท่องเที่ยวเมืองเพชรบุรี พร้อมภูมิใจนำเสนออีกหนึ่งจุดเรียกคน คือ สะพานปูชัก ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายปูม้าสดแต่เช้า แบบว่าลูกค้ามาที คนขายปูก็ชักสายที่ผูกถุงปูขึ้นมาจากทะเลที ให้ได้กินปูแบบสดจากทะเลจริงๆ ซึ่งช่วงนี้กำลังมี เทศกาลชิมปูชัก@ชะอำ อยู่พอดี หวังให้นักท่องเที่ยวไปรับรู้ถึงประสบการณ์ชักปู และวิถีชีวิตชาวประมง เพียงแต่เสียดาย งานจัดที่จุดชมวิวชายหาดชะอำถึงแค่วันอาทิตย์ที่ 20 ก.พ.นี้แล้ว
ดังนั้น แม้จะเลยเทศกาลแห่งความรักที่ทะลักอบอวลมาตลอดสัปดาห์แล้ว ก็ไม่มีคำว่าสายเกิน หากจะได้มาเยือนและยลพระราชนิเวศน์ฯ สีสวย สถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวแห่งความทรงจำ ตำนานของชีวิตที่มีสุขและทุกข์คลุกเคล้า จนได้รับการขนานนามว่า พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง นี้สักครั้ง พร้อมกับเดินรับลมชมวิวริมชายหาดชะอำ...ที่ยังมีที่ว่างเหลือเฟือสำหรับคน ที่ยังไม่หน่ายกลิ่นอายทะเล.
...