OsseoLabs ใช้ AI ออกแบบแผ่นยึดขากรรไกรเฉพาะคนไข้ ลดเวลารอจาก 14 วัน เหลือ 1-5 วัน

OsseoLabs สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการแพทย์สัญชาติไทย นำเสนอ OsseoVision ซอฟต์แวร์ AI สำหรับวางแผนการผ่าตัดและออกแบบแผ่นยึดกระดูกขากรรไกรเฉพาะบุคคล บนเวทีประกวด Medical AI Pitch Competition ในงาน Global Medical AI Summit 2026 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยระบุว่าซอฟต์แวร์นี้ช่วยลดระยะเวลาตั้งแต่สแกน CT จนได้แผ่นยึดและอุปกรณ์นำตัดกระดูกที่พร้อมใช้ผ่าตัด จากเฉลี่ย 14 วัน เหลือเพียง 1–5 วัน


ในการผ่าตัดสร้างขากรรไกรล่างใหม่ เช่น ในผู้ป่วยที่มีเนื้องอก ศัลยแพทย์ต้องใช้แผ่นโลหะยึดขากรรไกรไว้ระหว่างรอให้กระดูกสมาน วิธีที่ใช้กันทั่วไปคือการตัดและดัดแผ่นโลหะด้วยมือระหว่างผ่าตัดให้เข้ากับรูปขากรรไกรของผู้ป่วย ซึ่งใช้เวลานานและแม่นยำน้อย ส่วนทางเลือกอย่างแผ่นยึดที่ออกแบบเฉพาะบุคคลด้วยการพิมพ์ 3 มิติ ก็ต้องรอเฉลี่ยถึง 14 วันนับจากวันสแกน CT

ตัวแทนของออสซีโอแล็บส์อธิบายว่า คอขวดของกระบวนการไม่ได้อยู่ที่เครื่องพิมพ์ 3 มิติ แต่อยู่ที่การออกแบบ เพราะแผ่นยึดและอุปกรณ์นำตัดกระดูกแต่ละชิ้นต้องอาศัยวิศวกรการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญออกแบบด้วยมือในโปรแกรม CAD ทั่วไป ซึ่งตามบันทึกของบริษัทใช้เวลารวมกว่า 20 ชั่วโมงต่อเคส ด้วยระยะเวลารอที่นานขนาดนี้ ผู้ป่วยกระดูกหักจากอุบัติเหตุซึ่งต้องผ่าตัดภายในไม่กี่วันจึงแทบไม่มีโอกาสได้ใช้แผ่นยึดเฉพาะบุคคล และต้องใช้แผ่นยึดแบบมาตรฐานแทน

OsseoVision เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ศัลยแพทย์อัปโหลดไฟล์ภาพ CT ของผู้ป่วย จากนั้น AI จะแยกโครงสร้างกะโหลก ขากรรไกร ฟัน และคลองประสาทขากรรไกรออกมาเป็นโมเดล 3 มิติ ทำให้แพทย์เห็นตำแหน่งเส้นประสาทซึ่งปกติมองไม่เห็นในห้องผ่าตัด

สำหรับผู้ป่วยเนื้องอก ระบบยังมี AI อีกโมเดลที่สร้างภาพกระดูกส่วนที่เป็นโรคขึ้นใหม่ให้เป็นกระดูกปกติเพื่อใช้วางแผน เมื่อแพทย์กำหนดแนวตัดกระดูก ตำแหน่งสกรู และแนวแผ่นยึดเสร็จ ระบบจะสร้างแบบแผ่นยึดและอุปกรณ์นำตัดกระดูกให้อัตโนมัติภายในไม่กี่นาที

OsseoLabs ย้ำว่าทุกขั้นตอนมีมนุษย์ตรวจสอบ ทั้งโมเดล 3 มิติ แบบชิ้นงาน และชิ้นงานที่พิมพ์เสร็จ โดยไม่มีแบบใดถูกส่งเข้าเครื่องพิมพ์จนกว่าวิศวกรที่มีคุณสมบัติจะอนุมัติ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ป่วย ชิ้นงานผลิตด้วยการพิมพ์ 3 มิติจากไทเทเนียมและพอลิเมอร์ในห้องสะอาด ของบริษัทซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมาตรฐาน ISO 13485 สำหรับเครื่องมือแพทย์ ใช้เวลาผลิตเร็วสุด 3 วัน ขณะที่โมเดล AI แยกส่วนภาพโครงสร้างขากรรไกรของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน Medical AI จากสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย


ปัจจุบันบริการของออสซีโอแล็บส์มีศัลยแพทย์ใช้งานแล้ว 120 คน ในโรงพยาบาล 70 แห่ง รวมกว่า 410 เคส ครอบคลุมไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย

ตัวแทนของ OsseoLabs ระบุว่า ระยะเวลา 1–5 วันจะเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยอุบัติเหตุ เช่น ผู้ป่วยจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ซึ่งควรได้รับการผ่าตัดภายในราว 7 วัน ได้ใช้แผ่นยึดเฉพาะบุคคลในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การใช้งานกับเคสอุบัติเหตุยังอยู่ในแผนพัฒนา และปัจจุบันระบบรองรับเฉพาะการผ่าตัดสร้างขากรรไกรล่างใหม่ นอกจากแผ่นยึดไทเทเนียมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างรายได้ในขณะนี้


ทางด้านแผนการพัฒนาธุรกิจของ OsseoLabs อยู่ระหว่างขยายตลาดไปเวียดนาม และวางแผนเข้าสู่ยุโรปในปี 2027 พร้อมตั้งเป้ายื่นขอการรับรอง OsseoVision ในฐานะซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือแพทย์ หรือ Software as a Medical Device กับองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ในปี 2028 นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่ระดับโลกเพื่อให้สิทธิ์ใช้เทคโนโลยีนี้