อยากทำคลิปวิดีโอลง TikTok, Reels หรือ YouTube Shorts แต่ตัดต่อไม่เป็น เขียนบทไม่เก่ง แถมไม่มีเวลานั่งคลิกทีละภาพ? ล่าสุดการจับมือกันระหว่าง CapCut และ ChatGPT กำลังกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราสามารถเสกงานวิดีโอขึ้นมาได้ง่ายๆ เพียงแค่ “พิมพ์คุยกับ AI” เท่านั้น! 

วันนี้ทีมไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปเจาะลึกวิธีใช้งานแบบทีละขั้นตอน พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเรื่องค่าใช้จ่าย ใช้ฟรีได้กี่ครั้ง เสียเงินเท่าไร และต่างจากการใช้แอปปกติอย่างไร มาดูไปพร้อมกันเลย!

CapCut ใน ChatGPT คืออะไร?

CapCut เป็นเครื่องมือสร้างและตัดต่อวิดีโอของบริษัท ByteDance ส่วน ChatGPT ช่วยให้เราคิดไอเดีย เขียนบท และอธิบายสิ่งที่ต้องการด้วยภาษาธรรมชาติได้

เมื่อทั้งสองทำงานร่วมกัน เป้าหมายคือทำให้ขั้นตอนจาก “มีไอเดีย” ไปสู่ “ได้วิดีโอ” สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มจากการตัดต่อทุกอย่างด้วยตัวเอง 

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

ชื่อ CapCut VideoGPT เคยใช้เรียก GPT ที่ช่วยสร้างวิดีโอและค้นหาเทมเพลตภายใน ChatGPT มาก่อน แต่ในวันที่ 28 ตุลาคม 2026 มีข่าวเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ CapCut กับ ChatGPT รูปแบบใหม่ที่กำลังจะเปิดเบต้าในเดือนพฤศจิกายน จึงควรตรวจสอบว่าบัญชีของคุณเห็นฟีเจอร์ใดจริงก่อนทำตามขั้นตอน

ตัวอย่างงานที่สามารถใช้แนวทางนี้ได้

  1. เปลี่ยนภาพนิ่งให้ดูมีชีวิต เช่น ภาพคนหันหน้าเล็กน้อย ผมปลิวตามลม หรือภาพสัตว์เลี้ยงที่มีการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล ทั้งนี้การสร้างการเคลื่อนไหวจริงขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ AI ที่เปิดให้ใช้
  2. ทำคลิปท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์ ให้ AI ช่วยวางลำดับฉาก เขียนข้อความประกอบ และกำหนดแนวทางการเล่าเรื่อง ก่อนนำไปปรับแต่งเป็นวิดีโอ
  3. สร้างคอนเทนต์ลงโซเชียล เช่น คลิปแนะนำสินค้า คลิปให้ความรู้ คลิปสั้นสำหรับ TikTok, Instagram Reels หรือ YouTube Shorts

วิธีใช้ CapCut ใน ChatGPT แบบทีละขั้นตอน

ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2026 CapCut ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะนำเครื่องมือตัดต่อและสร้างวิดีโอมาเชื่อมกับ ChatGPT แต่ระบุเพียงว่าอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้ใช้งานในช่วงต่อไป โดยยังไม่มีการยืนยันราคาและสิทธิ์ใช้งานของแต่ละแพ็กเกจอย่างครบถ้วน

ดังนั้น วิธีด้านล่างแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ หากบัญชีของคุณมี CapCut ให้เลือกใช้งานแล้ว และหากยังไม่มี

กรณี A: มี CapCut ให้เชื่อมต่อใน ChatGPT แล้ว

ภาพจาก AI
ภาพจาก AI

  • ขั้นตอนที่ 1 — เปิด ChatGPT เข้าเว็บไซต์ chatgpt.com บนคอมพิวเตอร์ หรือเปิดแอป ChatGPT บนมือถือ แล้วลงชื่อเข้าใช้
  • ขั้นตอนที่ 2 — ค้นหา CapCut มองหาเมนู Apps หรือแอปที่เชื่อมต่อได้ แล้วค้นหาคำว่า CapCut หากมีแอปปรากฏขึ้น ให้เปิดดูรายละเอียดและกดเชื่อมต่อหรืออนุญาตตามขั้นตอนที่ระบบแสดง
  • ขั้นตอนที่ 3 — เตรียมไฟล์และบอกความต้องการ หากฟีเจอร์รองรับ ให้เพิ่มภาพนิ่งหรือคลิปวิดีโอที่ต้องการใช้ แล้วอธิบายสไตล์ ความยาว และรูปแบบวิดีโอ เช่น แนวตั้ง 9:16 สำหรับ Reels
  • ขั้นตอนที่ 4 — ให้ AI ช่วยสร้างร่างแรก ในรูปแบบการทำงานที่ CapCut ประกาศไว้ ระบบจะช่วยประกอบงานวิดีโอเบื้องต้น จากนั้นสามารถสั่งแก้ไข เช่น เปลี่ยนลำดับฉาก ปรับความยาว หรือทำข้อความให้อ่านง่ายขึ้นได้
  • ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบและส่งออกวิดีโอ ตรวจสอบภาพ เสียง ตัวสะกด จังหวะการตัดต่อ และลิขสิทธิ์เพลง แล้วส่งออกผ่านเครื่องมือ CapCut ตามตัวเลือกที่บัญชีของคุณรองรับ

กรณี B: ค้นหาแล้วไม่พบ CapCut

ไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงินเพียงเพราะค้นหาไม่พบ ให้ใช้วิธีนี้ไปก่อนได้

  1. ใช้ ChatGPT ช่วยคิดคอนเซปต์ เขียนบท และจัดลำดับภาพ
  2. เตรียมภาพนิ่งหรือวิดีโอที่ต้องการใช้
  3. เปิด CapCut Online หรือแอป CapCut บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ
  4. นำไฟล์เข้าไปตัดต่อ หรือเลือกเครื่องมือ AI ที่มีให้ในบัญชี
  5. เพิ่มข้อความ เพลง และเอฟเฟกต์ แล้วส่งออกเป็นวิดีโอ

วิธีนี้ช่วยให้เริ่มทำงานได้จริง แม้ฟีเจอร์เชื่อมต่อโดยตรงกับ ChatGPT จะยังไม่เปิดให้บัญชีของคุณใช้ก็ตาม

ตัวอย่าง Prompt คำสั่งที่คัดลอกไปใช้ได้ทันที

จุดเด่นของการใช้ ChatGPT คือ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ศัพท์เทคนิคการตัดต่อมาก่อน แค่บอกให้ชัดว่าต้องการผลงานแบบไหน

ตัวอย่างที่ 1: ทำภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอ

เหมาะกับภาพบุคคล ภาพสัตว์เลี้ยง หรือภาพถ่ายที่อยากให้ดูมีชีวิตชีวา

"ช่วยสร้างวิดีโอจากภาพนิ่งที่ฉันอัปโหลด ความยาว 5–8 วินาที สไตล์ cinematic สมจริง แสงนุ่ม กล้องค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ ให้ตัวแบบเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ รักษาหน้าตา สี และรายละเอียดสำคัญของภาพเดิม ไม่เปลี่ยนตัวตน ไม่มีข้อความบนภาพ อัตราส่วน 9:16 สำหรับ Reels"

(ทั้งนี้การทำให้ตัวแบบเคลื่อนไหวจริงต้องใช้เครื่องมือ image-to-video ที่รองรับ ไม่ใช่ทุกฟีเจอร์ของ CapCut จะทำได้เหมือนกัน)

ตัวอย่างที่ 2: ทำคลิปจากภาพหลายภาพ

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

"สร้างวิดีโอไลฟ์สไตล์จากภาพ 6 ภาพ ความยาว 20 วินาที โทนอบอุ่น เรียบหรู มินิมอล เรียงภาพให้เล่าเรื่องต่อเนื่อง ใส่การเคลื่อนกล้องแบบช้า ๆ ใช้ทรานซิชันนุ่มนวล ใส่ข้อความภาษาไทยสั้น ๆ อ่านง่าย และเว้นจังหวะให้ภาพดูสบายตา รูปแบบแนวตั้ง 9:16"

ตัวอย่างที่ 3: สั่งแก้วิดีโอด้วยภาษาพูด

"ช่วยปรับวิดีโอนี้ให้ดูเป็นมืออาชีพขึ้น ลดช่วงที่ภาพนิ่งนานเกินไป ทำให้จังหวะกระชับขึ้น ใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย เพิ่มคำบรรยายภาษาไทย และรักษาโทนสีเดิมไว้ ไม่ใส่เอฟเฟกต์มากเกินไป"

หากระบบยังสร้างหรือแก้ไขวิดีโอโดยตรงไม่ได้ คุณยังสามารถใช้คำสั่งเหล่านี้กับ ChatGPT เพื่อให้ช่วยทำสตอรีบอร์ดและแผนการตัดต่อ แล้วนำแผนไปทำต่อใน CapCut ได้

CapCut ใน ChatGPT ใช้ฟรีได้ไหม? ฟรีกี่ครั้ง?

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจำนวนครั้งฟรีต่อเดือนสำหรับ CapCut ที่เชื่อมกับ ChatGPT รูปแบบใหม่ ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2026 และยังไม่มีการประกาศราคาเฉพาะของการเชื่อมต่อนี้อย่างชัดเจน จึงต้องต้องแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ส่วน คือค่าใช้ ChatGPT และค่าใช้ CapCut

รายละเอียดราคาแพ็กเกจ CapCut (ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการ)

แพ็กเกจ (Plan)
ราคาโดยประมาณ
สิ่งที่จะได้รับ
Free
$0 (ฟรี)
ฟังก์ชันตัดต่อพื้นฐาน, เทมเพลตฟรี
Pro
$19.99 / เดือน (~700–750 บาท)
ฟีเจอร์ Pro, เทมเพลตพรีเมียม, 1,200 AI Credits ต่อเดือน
Ultra
$79.00 / เดือน (~2,800–2,900 บาท)
เหมาะสำหรับผู้เน้นงาน AI หนักหน่วง, 8,645 AI Credits ต่อเดือน

หมายเหตุ: ราคาดอลลาร์สหรัฐอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และโปรโมชันในแต่ละช่วงเวลา ควรตรวจสอบราคาสุดท้ายบนหน้าเว็บไซต์ CapCut ก่อนชำระเงิน

สรุปเรื่องสิทธิ์ใช้งานฟรี

  • การใช้ ChatGPT วางแผน สามารถใช้งาน ChatGPT บัญชีฟรีในการคิดสคริปต์และวางโครงเรื่องได้ตามสิทธิ์ของระบบ
  • การตัดต่อพื้นฐานใน CapCut มีแพ็กเกจฟรีให้ใช้งานสำหรับการตัดต่อทั่วไปและเทมเพลตพื้นฐาน
  • การสร้างวิดีโอ AI ฟรีได้กี่ครั้ง? ปัจจุบัน CapCut ยังไม่ได้ระบุจำนวนโควตาฟรีที่ตายตัวสำหรับการเชื่อมต่อผ่าน ChatGPT โดยสิทธิ์และเครดิต AI จะขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและฟีเจอร์ที่เปิดทดสอบในขณะนั้น

คำแนะนำ: อย่าเพิ่งสมัคร CapCut Pro หรืออัปเกรด ChatGPT เพียงเพื่อหวังว่าจะได้ใช้ CapCut ใน ChatGPT เพราะสิทธิ์ของบริการทั้งสองไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และยังไม่มีการยืนยันว่าการสมัครแพ็กเกจใดจะปลดล็อกการเชื่อมต่อนี้ได้แน่นอน

เปรียบเทียบ CapCut ใน ChatGPT ต่างจากแอป CapCut ปกติอย่างไร?

หัวข้อ
CapCut ผ่าน ChatGPT
แอป CapCut ปกติ (มือถือ/คอม/เว็บ)
จุดเริ่มต้นงาน
สั่งงานด้วยภาษาพูด (Natural Prompt)คลิกเลือกเมนูและเครื่องมือเอง
การคิดบท/สคริปต์
ให้ ChatGPT ช่วยคิดและเขียนบทได้ทันทีใช้ฟีเจอร์ AI ของ CapCut หรือเตรียมสคริปต์มาเอง
การสร้างร่างวิดีโอ
AI ช่วยวางคลิปและเรียงลำดับให้อัตโนมัติเลือกเทมเพลต หรือวางคลิปบนไทม์ไลน์เอง
การปรับแต่งรายละเอียด
สั่งปรับแก้ภาพรวมผ่านบทสนทนาควบคุมคลิป เสียง ข้อความ และเวลาได้ละเอียดทุกเฟรม
ความสะดวกสำหรับมือใหม่
ไม่ต้องรู้ขั้นตอนตัดต่อ สั่งเหมือนคุยกับคนต้องเรียนรู้เมนูและเทคนิคการตัดต่อเบื้องต้น

CapCut ใน ChatGPT เหมาะกับใคร?

  • มือใหม่เพิ่งเริ่มทำคลิป ไม่เคยตัดต่อวิดีโอมาก่อน แต่อยากทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย
  • คนที่อยากเปลี่ยนภาพนิ่งเป็นวิดีโอ มีรูปถ่ายสวยๆ แต่อยากเปลี่ยนให้ขยับได้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
  • เจ้าของธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ช่วยย่นระยะเวลาคิดสคริปต์ขายของ วางโครงเรื่อง และทำคลิปโปรโมตสินค้า
  • คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ใช้เป็นเครื่องมือทำวิดีโอร่างแรก (Draft) เพื่อดูแนวทางก่อนนำไปปรับแต่งรายละเอียดต่อ

ถ้าต้องการเปลี่ยนภาพนิ่งให้เคลื่อนไหว ควรเริ่มจากอะไร?

สำหรับคนที่มีคอมพิวเตอร์และมือถือ และต้องการเริ่มจากงบประมาณฟรี แนะนำให้ทำตามลำดับนี้

  1. เริ่มด้วย ChatGPT ฟรี เพื่อคิดไอเดีย เขียนคำสั่ง และกำหนดสไตล์ภาพเคลื่อนไหว
  2. ทดลองเครื่องมือ Image-to-Video ที่รองรับการทำให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหวจริง โดยตรวจสอบโควตาฟรีก่อนสร้าง
  3. นำคลิปไปจัดต่อใน CapCut ฟรี เพื่อเพิ่มข้อความ เพลง คำบรรยาย และปรับจังหวะ
  4. ค่อยพิจารณาแพ็กเกจเสียเงิน เมื่อเริ่มชนข้อจำกัดด้านโควตา คุณภาพ หรือฟีเจอร์ที่ต้องใช้จริง

เหตุผลที่แนะนำวิธีนี้ เพราะการสร้างภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวกับการตัดต่อวิดีโอเป็นคนละขั้นตอนกัน บางเครื่องมือช่วยทำให้ภาพขยับได้ แต่ไม่สามารถประกอบวิดีโอหลายฉากและส่งออกเป็นผลงานสำเร็จรูปได้ครบทุกอย่าง

การทำคลิปวิดีโอในยุคนี้กลายเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากกว่าเดิม เพียงนำเครื่องมือช่วยเขียนบทอย่าง ChatGPT มาปรับใช้ควบคู่กับโปรแกรมตัดต่ออย่าง CapCut

แม้ระบบการเชื่อมต่อแบบโดยตรงระหว่างสองโปรแกรมจะยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ผู้ใช้สามารถดึงจุดเด่นของแต่ละเครื่องมือมาทำงานร่วมกันได้เลยทันที การจับคู่นี้ช่วยประหยัดเวลาในการคิดและจัดทำ ทั้งยังช่วยเปิดกว้างด้านความสร้างสรรค์ให้ผลงานวิดีโอน่าสนใจยิ่งขึ้น

ข้อมูลอ้างอิง