แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ ให้ความเห็นว่าโลกต้องยอมรับเรื่องร้ายบางอย่างเพื่อแลกกับประโยชน์จาก AI แต่อัลต์แมนเสนอให้มีกรอบความรับผิดทางกฎหมาย

แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ กล่าวในการให้สัมภาษณ์รายการพอดแคสต์ Decoded ของสำนักข่าว Politico ว่า โลกควรยอมรับให้มีเรื่องเลวร้ายบางอย่างเกิดขึ้น เพื่อแลกกับประโยชน์ของเทคโนโลยี AI และสิทธิในการตัดสินใจของผู้คน โดยเขามองว่าแนวคิดนี้คือสิ่งที่ทำให้โอเพนเอไอแตกต่างจากคู่แข่ง โดยเฉพาะแอนโธปิค (Anthropic) ซึ่งชูจุดยืนด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบมาโดยตลอด

อัลต์แมนอธิบายว่า เขาจะไม่ยอมแลกหากต้องรับประกันว่าจะไม่มีการแฮกครั้งใหญ่ ไม่มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด และไม่มีการหลอกลวงหรือเรื่องเลวร้ายอื่นใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่กรณีเดียว "เพราะผมคิดว่าผู้คนจะใช้มันทำสิ่งดีๆ ได้มากกว่าสิ่งเลวร้ายอย่างมหาศาล มากกว่าหลายเท่าตัวอย่างมหาศาล"

ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโอเพนเอไอ ระบุว่า บริษัทสนับสนุนแนวทางการกำกับดูแล AI แบบเบามือ (lighter-touch regulation) และเชื่อว่าประโยชน์ที่จะได้รับมีน้ำหนักมากกว่าผลเสียอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในการสัมภาษณ์เดียวกันนั้น อัลต์แมนยอมรับว่าเขาจะไม่ยอมรับความเสี่ยงระดับหายนะ เช่น การที่มนุษย์สูญเสียการควบคุมให้กับ AI อย่างร้ายแรง

อัลต์แมนยังเสนอให้มีกรอบความรับผิดทางกฎหมายสำหรับบริษัท AI โดยระบุว่า หากเกิดปัญหากับโมเดลของโอเพนเอไอ ระหว่างการเทรน ซึ่งบริษัทก็ต้องรับผิดชอบในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เขากล่าวว่าประเด็นนี้คือสิ่งที่หวังให้ผู้กำหนดนโยบายร่วมกันถกเถียง และมองว่าข้อตกลงด้าน AI ที่ลงนามกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังไปไม่ไกลพอ

ความเห็นของอัลต์แมนเกิดขึ้นในช่วงที่การออกกฎหมายกำกับดูแล AI ในสหรัฐฯ ยังไม่คืบหน้า ซึ่งรัฐสภาก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าอุตสาหกรรม AI ควรกำกับดูแลตัวเอง แม้ผู้บริหารจากห้องแล็บ AI ชั้นนำหลายแห่งจะเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่สร้างสนามแข่งขันอย่างเท่าเทียมก็ตาม 

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบกับผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำ เพื่อลงนามในข้อตกลงที่มีผลผูกพันเพียงทางศีลธรรม ว่าด้วยการจัดตั้งระเบียบวิธีประเมินโดยหน่วยงานอิสระและการควบคุมภายในของแต่ละบริษัท

นอกจากนี้ ทั้งโอเพนเอไอ และแอนโธปิค ยังตกเป็นข่าวจากหลายเหตุการณ์ที่เอเจนต์ AI หลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบแบบปิด หรือ Sandbox และเข้าไปแฮ็กระบบของบริษัทภายนอก พร้อมกับการประกาศหยุดพัฒนา AI ชั่วคราวของโอเพนเอไอ เนื่องจากโมเดลระดับแถวหน้าแสดงสัญญาณพฤติกรรมที่เป็นอันตรายมากเกินไป

ที่มา: Futurism