จอห์น เทอร์นัส กลายเป็นซีอีโอสายฮาร์ดแวร์คนแรก นับตั้งแต่ยุคสตีฟ จ็อบส์ และเขาก็เป็นคนประเดิมการเปิดตัว iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกของแอปเปิล
เว็บไซต์ FastCompany เขียนบทความที่มีชื่อว่า John Ternus’s next big thing might be the iPhone ซึ่งถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า ภารกิจครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของ John Ternus อาจเริ่มต้นที่ iPhone โดยเขาเพิ่งเข้ารับตำแหน่งซีอีโอของแอปเปิล อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ปิดฉากการบริหาร 15 ปีของ ทิม คุก
จากนั้นในอีก 8 วันต่อมา เขาก็ต้องยืนบนเวทีเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone จอพับรุ่นแรกของแอปเปิล
คำถามที่ตามมาคือชายผู้นี้จะถูกวัดผลด้วยอะไร และคำตอบอาจไม่ใช่การสร้างสินค้าชิ้นใหม่ที่ใหญ่กว่า iPhone อย่างที่หลายคนคาด
เมื่อ Apple ไม่จำเป็นต้องหาสินค้าที่ใหญ่กว่า iPhone
ย้อนกลับไปปี 2011 ตอนที่ ทิม คุกรับช่วงต่อจาก สตีฟ จ็อบส์ นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่า เขาจะถูกตัดสินด้วยความสามารถในการปล่อยสินค้าเปลี่ยนโลกออกมาอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือเขาทำไม่ได้ แต่แอปเปิลก็ยังเติบโตจนมูลค่าบริษัทแตะระดับ 4.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความพยายามหาสินค้าถัดจากสมาร์ทโฟนของแอปเปิลในยุค ทิม คุกมีทั้งที่สะดุดและที่ล้มไม่เป็นท่า ยกตัวอย่างเช่น Apple Vision Pro ซึ่งเปิดตัวมากว่าสามปี แต่ก็ยังคงเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มที่มีราคาแพงมาก
ขณะที่โปรเจกต์รถยนต์ ซึ่งกินเวลาการพัฒนานานถึง 10 ปี ใช้งบประมาณระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ไม่มีรถยนต์ภายใต้แบรนด์แอปเปิล ออกสู่ตลาดเลยแม้แต่คันเดียว
แอปเปิลไม่ใช่รายเดียวที่เจอกำแพงนี้ เมตา (Meta) ทุ่มลงทุนกับ VR, metaverse และแว่นอัจฉริยะมาหลายปีโดยยังไม่มีอะไรที่ใกล้เคียงกับการแทนที่สมาร์ทโฟนได้เช่นกัน
สินค้าทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าสมาร์ทโฟนถึงจุดอิ่มตัวแล้ว และเป็นสิ่งรบกวนชีวิตผู้คน แต่การที่ของใหม่เหล่านั้นจุดกระแสไม่ติด อาจเป็นสัญญาณว่าคนไม่ได้เกลียดโทรศัพท์ของตัวเองอย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือเป็นข่าวดีของแอปเปิล
โจทย์ด้าน AI ที่รอซีอีโอคนใหม่ของแอปเปิล
ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักพอจะเรียกว่าเป็นของสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ iPhone ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ ChatGPT ซึ่งเปลี่ยนโลกทันทีที่เปิดตัว โดยผู้คนเข้าถึงมันผ่านอุปกรณ์ดั้งเดิมที่มีอยู่แล้วทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ AI จะเปลี่ยนวิธีใช้เทคโนโลยีถึงขั้นที่ต้องมีอุปกรณ์รูปแบบใหม่หรือไม่
โอเพนเอไอ (OpenAI) ร่วมกับ โจนี ไอฟ์ อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิล กำลังพัฒนาอุปกรณ์พกพาที่ไม่มีหน้าจอและเน้นการสั่งงานด้วยเสียง โดยโอเพนเอไอ หวังจะประกาศเปิดตัวภายในสิ้นปี 2026
เป็นเวลา 19 ปีนับจาก iPhone เครื่องแรก โทรศัพท์ได้รับการอัปเกรดอย่างมากมาย ทั้งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กล้องระดับโปร เซนเซอร์จำนวนมากภายในเครื่อง และหน่วยประมวลผลที่ทรงพลัง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ประสบการณ์ AI ดีขึ้น รวมถึงหน้าจอความละเอียดสูงที่จะยังเป็นจุดขายตราบใดที่มนุษย์ยังสนใจภาพถ่าย วิดีโอ และแผนที่ พูดอีกอย่างคือ แอปเปิลมีฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ระดับแนวหน้าอยู่ในมือแล้ว
อุปกรณ์ใหม่ในยุค AI ต้องหน้าตาใหม่จริงหรือ?
แนวทางที่ แอปเปิลน่าจะใช้รับมือกับ AI อาจดูได้จากวิธีที่แอปเปิลรับมือกับกล้องดิจิทัล iPhone รุ่นแรกซึ่งถ่ายภาพได้แย่และถ่ายวิดีโอไม่ได้เลย แต่ปัจจุบัน iPhone มีกล้องคุณภาพสูงมากถึง 4 ตัว และมีปุ่มสัมผัสสำหรับเรียกแอปกล้องโดยตรง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่เหลือให้ทุ่มเทกับ AI ได้อีกมากโดยไม่ต้องทิ้งความเป็น iPhone
โจทย์เฉพาะหน้าของเทอร์นัสคือการพาแอปเปิลออกจากช่วงเวลาที่ดูเหมือนไม่ได้เตรียมพร้อมกับการผนวก AI เข้ากับระบบปฏิบัติการของตัวเอง โดยเฉพาะ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ล่าช้าถึง 2 ปี
แน่นอนว่า แอปเปิลเลือกไม่ลงแข่งในสนามที่วัดกันด้วยโมเดล AI ที่ล้ำที่สุด แต่แอปเปิลยังพอมีศักยภาพมหาศาลในการสร้างฟีเจอร์ที่ทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นทีละนิดวันละหลายพันล้านครั้ง บนอุปกรณ์ที่แอปเปิลกำหนดเองได้ตั้งแต่ระดับชิปไปจนถึงระดับแอปพลิเคชัน ซึ่งมียักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีน้อยรายที่ทำได้
ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่า แอปเปิลหยุดพัฒนาอุปกรณ์รูปแบบใหม่ เพราะยังมีการพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ๆ ในอนาคต หากเทอร์นัสดึงศักยภาพของ iPhone ในรูปแบบที่คุ้นเคยอยู่แล้วออกมาได้เต็มที่ คำถามว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ถัดจาก iPhone ก็อาจไม่เร่งด่วนอย่างที่คิด
ที่มา: FastCompany