iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาแล้ว ต่อยอดการออกแบบจากรุ่นก่อน มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ซึ่งสีหลักคือสีแดงเบอร์กันดี
แอปเปิล เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการในงาน Apple Event "Surprise and Shine" โดยการออกแบบภายนอกไม่ได้ต่างจาก iPhone 17 Pro เมื่อปีก่อนมากนัก
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Apple A20 Pro พร้อมหน่วยประมวลผล Neural Engine แบบคู่เพื่อรองรับงานปัญญาประดิษฐ์ได้เร็วขึ้น
ขณะที่ระบบระบายความร้อนแบบ vapor chamber ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยจัดการความร้อนได้ดีขึ้นและลดปัญหาเครื่องร้อนเกินไป
ในด้านการออกแบบแอปเปิลปรับให้พื้นผิวอะลูมิเนียมด้านหลังกับบริเวณกระจก Ceramic Shield มีโทนสีที่กลมกลืนกันมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน
สำหรับกล้องถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถูกจับตามากที่สุด เพราะได้เพิ่มเลนส์ปรับรูรับแสงได้ (variable aperture) เป็นครั้งแรก เนื่องจากตั้งแต่ iPhone 14 Pro จนถึง iPhone 17 Pro กล้องหลักใช้รูรับแสงคงที่ที่ ƒ/1.78 มาโดยตลอด
จากเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานไอโฟนสามารถควบคุมปริมาณแสงที่ตกกระทบเซนเซอร์ได้จริงในเชิงกลไก การเปิดรูรับแสงกว้างขึ้นจะช่วยเก็บภาพในที่แสงน้อยได้สะอาดขึ้น ส่วนการหรี่รูรับแสงให้แคบลงจะช่วยลดปัญหาภาพสว่างเกินเมื่อถ่ายกลางแดดจัด และให้ระยะชัดลึกที่กว้างขึ้นสำหรับภาพวิว โดยแอปเปิลเพิ่มชุดควบคุมระดับมืออาชีพในแอปกล้องที่ให้ผู้ใช้เลือกค่ารูรับแสงเองได้ ตั้งแต่โหมดอัตโนมัติไปจนถึงการล็อกค่าเฉพาะอย่าง ƒ/4.0
นอกจากนี้ยังมีเลนส์เทเลโฟโต้ Fusion ที่ให้ระยะซูม 4 เท่าและ 8 เท่า ฟีเจอร์ Photographic Styles ที่เพิ่มการควบคุมพื้นผิวของภาพ ระบบ Apple Reference Image สำหรับความแม่นยำของสี และความสามารถในการสร้างภาพวิดีโอแบบ Cinematic จากวิดีโอปกติ
ในฝั่งซอฟต์แวร์ กล้องของ iPhone 18 Pro จะได้ระบบแก้ไขภาพตามค่ารูรับแสงที่เลือกใช้ พร้อมเครื่องมือใหม่สำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ได้แก่ Manual Focus สำหรับปรับโฟกัสด้วยตัวเอง Exposure Scopes สำหรับตรวจสอบค่าแสง และ Repeated Self-Timer Shots สำหรับถ่ายภาพตั้งเวลาต่อเนื่องหลายภาพรวด
พร้อมกันนี้ แอปเปิลได้ปรับ Dynamic Island ใหม่ให้มีขนาดเล็กลงและใช้งานได้มากขึ้น โดยรองรับการสลับดูงานที่กำลังทำงานอยู่ได้ 3 รายการ จากเดิม 2 รายการ
ขณะที่ Apple Intelligence ได้รับการปรับปรุงผ่าน Siri เวอร์ชันใหม่ที่แยกออกมาเป็นแอปพลิเคชันบนหน้าจอหลัก รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและการพิมพ์ และสามารถสั่งให้ทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้ รวมถึงแอปของผู้พัฒนารายอื่น
ด้านสเปกเครื่อง iPhone 18 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max ขนาด 6.9 นิ้ว ทั้งสองรุ่นใช้ระบบระบายความร้อนแบบ vapor chamber รุ่นใหม่ที่ Apple ระบุว่าจัดการความร้อนได้ดีขึ้น
ในด้านแบตเตอรี่ แอปเปิลเคลมว่าให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดเท่าที่ iPhone เคยทำได้
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีเงิน, สีฟ้า Glacier และสีแดง Burgundy
สำหรับราคาและวันวางจำหน่ายในประเทศไทย แอปเปิลยังไม่ประกาศในขณะนี้