ทีมนักวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ พบวิธีการดึงแนวคิดของ AI ของบริษัทต่างๆ พร้อมกันนี้ยังเจอเบาะแสที่มีความเป็นไปได้ว่าบริษัท AI ในจีนอาจกลั่นความรู้จากโมเดล AI ของบริษัทในสหรัฐฯ

อเล็กซานเดอร์ ปันฟิลอฟ และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Tübingen, สถาบัน Max Planck, สถาบันด้านความปลอดภัย AI ชื่อ MATS Research และบริษัทด้านความมั่นคงไซเบอร์ Snyk พบว่า ตามปกติแล้วบริษัท AI จะส่งกระบวนการคิดที่มีการเข้ารหัสกลับมาที่เครื่องของผู้ใช้งานเพื่อลดภาระการประมวลผลฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แล้วเมื่อนำข้อมูลที่เข้ารหัสนี้ไปป้อนให้โมเดลรุ่นเล็กของบริษัทเดียวกันที่มีระบบการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่หละหลวมกว่า ส่งผลให้โมเดลขนาดเล็กลดการป้องกันลง และคายกระบวนการคิดของ AI ที่ซ่อนอยู่ออกมา ซึ่งวิธีเดียวกันนี้ยังดึงข้อมูลลับอย่างรหัสผ่านและ API key ที่ฝังอยู่ในกระบวนการคิดออกมาได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ดังกล่าวนี้ได้แจ้งให้กับผู้พัฒนา AI อย่างแอนโธปิค และโอเพนเอไอ ทราบเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองบริษัทได้ปรับ API เพื่อลดผลกระทบแล้ว ทำให้ไม่สามารถดึงข้อมูลด้วยวิธีนี้ได้อีก แต่ปันฟิลอฟระบุว่ายังมีร่องรอยการให้เหตุผลบางส่วนที่เปิดเผยได้ด้วยวิธีเดิม และการแก้ปัญหาให้หมดจดต้องรื้อโครงสร้างการทำงานของ API ใหม่ทั้งหมด

พร้อมกันนี้ ทีมวิจัยเดียวกันยังได้ทดสอบด้วยชุดคำถาม 90 ข้อ พบว่า โมเดล Kimi K3 ของบริษัท Moonshot AI จากจีน ได้ให้ผลลัพธ์ที่มีความคล้ายคลึงกับ Claude Opus 4.8 และ GPT 5.6 Sol ซึ่งเป็นโมเดล AI ของบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ขณะที่โมเดลแบบเปิดตัวอื่นที่ทดสอบด้วยกันอย่าง DeepSeek ของจีน และ Inkling จากบริษัท Thinking Machines ของสหรัฐฯ ไม่แสดงความคล้ายคลึงในลักษณะนี้

ทั้งนี้ ทีมวิจัยไม่ได้ฟันธงถึงความเป็นไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า บริษัท AI จีนได้มีการกลั่นความรู้ของบริษัท AI ของสหรัฐฯ มาเป็นของตัวเองหรือไม่ ก่อนหน้านี้ โอเพนเอไอ (OpenAI) เจ้าของแพลตฟอร์ม ChatGPT และแอนโธปิค (Anthropic) ซึ่งเคยรายงานต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek และ Alibaba มีการคัดลอกข้อมูลจากโมเดลของพวกเขาเพื่อนำไปสร้างโมเดลใหม่ของตัวเอง

ขณะที่ Moonshot AI ไม่ตอบกลับคำขอความเห็นภายในเวลาที่รายงานเผยแพร่

การกลั่นความรู้ของ AI กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาถกเถียง โดยฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ กังวลว่า จีนกำลังใช้เทคนิคนี้ในการชิงความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

ถึงกระนั้นแล้ว ผู้นำในวงการเทคโนโลยีอย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเมตา (Meta) และผู้เชี่ยวชาญหลายราย แย้งว่า เทคนิคการกลั่นความรู้เป็นเรื่องปกติ และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบนิเวศของโอเพนซอร์ส (Open Source) ก้าวหน้า หากพยายามออกกฎหมายปิดกั้น นอกจากจะทำไม่ได้จริงแล้ว ยังอาจทำให้ความก้าวหน้าของ AI ในภาพรวมชะลอตัว และส่งผลเสียให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขันเสียเอง

ที่มา: Wired