ล้วงลึกทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการของสมาร์ตโฟน ที่จะทำให้เครื่องมือถือเราลื่นเหมือนเครื่องใหม่  แน่นอนว่าแม้พื้นฐานการทำให้สมาร์ตโฟนกลับมาลื่นไหลจะคล้ายกันคือการเคลียร์พื้นที่และลดภาระการประมวลผล แต่ทั้ง iOS (iPhone) และ Android ก็มีฟีเจอร์ลับเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าเราตั้งค่าได้อย่างถูกต้อง รับรองว่าเครื่องเก่าจะกลับมาตอบสนองได้ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน

ทริกเจาะลึกสำหรับระบบปฏิบัติการ iOS (iPhone)

จุดเด่นของ iOS คือความเสถียร แต่ถ้าระบบเริ่มหน่วง มักเกิดจากพื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม หรือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนระบบต้องลดประสิทธิภาพเครื่องลง ดังนั้นการตั้งค่าที่น่าสนใน คือ การเปิดฟีเจอร์ "เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก" โดยฟีเจอร์นี้จะช่วยลบตัวแอปพลิเคชันที่เราไม่ได้เปิดใช้นานๆ ออกไปอัตโนมัติเพื่อคืนพื้นที่ให้เครื่อง แต่ยังคงเก็บข้อมูลและเอกสารของแอปฯ นั้นไว้ (ไอคอนแอปฯ จะยังมีรูปเมฆเล็กๆ ติดอยู่) โหลดกลับมาใช้ต่อได้ทันทีโดยข้อมูลไม่หาย สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า (Settings) > App Store > เปิดใช้งาน 'เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก'

ลดความโปร่งใส (Reduce Transparency) ซึ่งนอกจากการลดแอนิเมชันแล้ว การปิดเอฟเฟกต์ภาพเบลอและพื้นหลังโปร่งใสตามจุดต่างๆ เช่น Control Center จะช่วยลดภาระชิปประมวลผลกราฟิก ทำให้เครื่องลื่นขึ้นทันที สามารถเข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การช่วยการเข้าถึง (Accessibility) > จอภาพและขนาดข้อความ (Display & Text Size) > เปิดใช้งานลดความโปร่งใส รวมถึงการล้างแคชและประวัติเว็บ Safari เบราว์เซอร์หลักของ iPhone มักสะสมแคชและคุกกี้ไว้มหาศาลหากไม่เคยลบเลย เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > Safari > เลื่อนลงมาล่างสุดแล้วกดล้างประวัติและข้อมูลเว็บไซต์ (Clear History and Website Data)

...

พร้อมสิ่งสำคัญ คือ การเช็กและจัดการสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Health) หากแบตเตอรี่เสื่อม (ความจุสูงสุดต่ำกว่า 80%) iOS จะลดความเร็วของ CPU ลงเพื่อป้องกันเครื่องดับเอง เข้าไปเช็กได้ที่ การตั้งค่า (Settings) > แบตเตอรี่ (Battery) > สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery Health & Charging) หากพบว่าเสื่อม การเปลี่ยนแบตก้อนใหม่คือทางออกที่ทำให้เครื่องกลับมาเร็ว 100%

ทริกเจาะลึกสำหรับระบบปฏิบัติการ Android

Android เป็นระบบเปิด และมีความยืดหยุ่นสูง จึงมีฟังก์ชันให้เราเข้าไปปรับแต่งการทำงานระดับลึกได้มากกว่า โดยเฉพาะการจัดการหน่วยความจำ (RAM)

ปลดล็อกโหมดนักพัฒนา เพื่อเร่งความเร็วแอนิเมชัน นี่คือสูตรลับที่ทำให้ Android ลื่นขึ้นแบบก้าวกระโดด เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone) > ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software information) > กดย้ำๆ 7 ครั้งที่ 'หมายเลขบิลด์ (Build number)' จากนั้นกลับมาหน้าแรกของการตั้งค่า เลื่อนลงล่างสุดจะพบเมนู 'ทางเลือกผู้พัฒนา (Developer options)' เข้าไปแล้วปรับค่าสเกลภาพเคลื่อนไหวทั้ง 3 หมวดให้เป็น 0.5x

ใช้ฟีเจอร์การดูแลอุปกรณ์ (Device Care / Optimizer) สมาร์ตโฟน Android แทบทุกแบรนด์จะมีแอปพลิเคชันทำความสะอาดเครื่องติดมาให้ เช่น ของ Samsung จะอยู่ที่ การตั้งค่า (Settings) > การดูแลแบตเตอรี่และอุปกรณ์ (Battery and device care) ให้กด 'ปรับให้ดีที่สุดทันที (Optimize now)' ระบบจะเคลียร์ RAM ปิดแอปฯ เบื้องหลัง และลบไฟล์ขยะให้ในคลิกเดียว

เปิดใช้งาน RAM Plus / Virtual RAM สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ จะมีฟีเจอร์ดึงพื้นที่ความจุ (Storage) บางส่วนมาจำลองเป็น RAM เสริม ช่วยให้เปิดแอปฯ สลับไปมาได้ลื่นขึ้น เข้าไปเช็กและเปิดใช้งานได้ที่เมนู การดูแลอุปกรณ์ หรือตั้งค่าหน่วยความจำ(ขึ้นอยู่กับแบรนด์)

ตั้งค่าให้เครื่องรีสตาร์ทตัวเองอัตโนมัติ แทนที่จะต้องมาคอยกดรีสตาร์ทเอง Android สามารถตั้งเวลาได้ เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การจัดการทั่วไป (General management) > รีเซ็ต (Reset) > รีสตาร์ทอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด (Auto restart at set times) แนะนำให้ตั้งไว้ช่วงตี 3 ของวันหยุด เพื่อให้เครื่องได้เคลียร์ตัวเอง

พร้อมทั้งการหันมาใช้แอปพลิเคชันเวอร์ชัน Lite หากเครื่องที่คุณใช้เริ่มเก่าหรือมี RAM น้อย (ต่ำกว่า 4GB) แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แอปฯ เวอร์ชันย่อส่วนที่กินทรัพยากรน้อยกว่ามาก เช่น Facebook Lite, Messenger Lite หรือ TikTok Lite ซึ่งโหลดฟรีใน Play Store