เอชเอ็มดี ส่งมือถือฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่อย่าง Nokia 210 4G, Nokia 215 4G 2nd Edition, Nokia 235 4G 2nd Edition และ Nokia 200 4G โดยเพิ่มปุ่ม AI ตรงกลางเครื่อง แต่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นฟีเจอร์ที่ไม่เข้าท่า

เอชเอ็มดี (HMD) ผู้ถือไลเซนส์การผลิตมือถือโนเกีย เปิดตัวมือถือฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ 4 รุ่น ได้แก่ Nokia 210 4G, Nokia 215 4G 2nd Edition, Nokia 235 4G 2nd Edition และ Nokia 200 4G

ในส่วนฟังก์ชันการใช้งาน เอชเอ็มดียังคงฟีเจอร์คลาสสิกจากยุคก่อนของโนเกียเอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร รองรับ microSD และวิทยุ FM เพียงแต่ในรุ่น Nokia 200 4G จะไม่มีวิทยุมาให้

Nokia 215 มาพร้อมปุ่ม AI และหน้าจอ 2.8 นิ้ว
Nokia 215 มาพร้อมปุ่ม AI และหน้าจอ 2.8 นิ้ว

Nokia 210 4G  รองรับ 4G
Nokia 210 4G รองรับ 4G

...


จุดที่น่าสนใจ ฟีเจอร์โฟนทั้ง 4 รุ่น ได้เพิ่มปุ่ม AI ทำงานผ่านแอปพลิเคชันชื่อ Sikey AI รองรับการสั่งการพื้นฐานอย่างการโทรออก หรือเปิดไฟฉาย ซึ่งตัวปุ่มจะอยู่กึ่งกลางด้านหน้าของตัวเครื่อง เพียงแต่ฟังก์ชัน AI ที่ว่าเป็นการเน้นการสั่งการด้วยคำสั่งพื้นฐานมากกว่าโมเดล generative AI อย่างที่ทุกคนรู้จักกันดี เช่น การสั่งให้ตั้งปลุก คำสั่งเปิดกล้อง เพิ่มการแจ้งเตือน การใช้คำสั่งง่ายๆ เกี่ยวกับการขอสูตรอาหาร หรือประโยคภาษาต่างประเทศสั้นๆ

เอชเอ็มดี ระบุว่า ฟีเจอร์ AI ใช้งานได้ฟรีแค่ในช่วง 180 วันแรกเท่านั้น แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายหลังจากนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

Nokia 200 4G
Nokia 200 4G

Nokia 235 4G 2nd Edition ซึ่งแม้มีฟีเจอร์ AI แต่ก็ถูกมองว่าไม่มีความจำเป็น
Nokia 235 4G 2nd Edition ซึ่งแม้มีฟีเจอร์ AI แต่ก็ถูกมองว่าไม่มีความจำเป็น


ขณะที่ราคาจำหน่าย และประเทศที่วางจำหน่ายนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน เพียงแต่กระแสตอบรับโดยเฉพาะในชุมชนเรดดิต (Reddit) มองว่า เป็นการตัดสินใจที่ไม่เข้าท่า นั่นเป็นเพราะคนที่คิดจะใช้งานฟีเจอร์โฟน ไม่คิดที่จะใช้งานฟีเจอร์ AI อยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนว่า ผู้ผลิตไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และเป็นฟีเจอร์ที่ไร้ประโยชน์ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟน

ที่มา: TechRadar