การที่แอปเปิลขึ้นราคาสินค้าอย่าง Mac, iPad, Apple TV รวมถึง HomePod เป็นการส่งสัญญาณว่าวิกฤตชิปขาดแคลนจะลากยาวไปจนถึงปี 2027 เป็นอย่างน้อย คำถามสำคัญคือเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้วราคาจะปรับลง หรือคงไว้เป็นบรรทัดฐานใหม่

หลังแอปเปิลปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มอย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 ครอบคลุมตั้งแต่ MacBook Neo, MacBook Air, MacBook Pro, iPad ทุกรุ่น ไปจนถึง Apple TV 4K, HomePod และ Vision Pro แน่นอนว่า ฝั่ง Apple Store Thailand ขยับราคาตามฝั่งสหรัฐฯ ทันที

สัญญาณการปรับราคารอบนี้ที่จริงมีมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ ทิม คุก ระบุในการประชุมแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนก่อนว่าต้นทุน memory ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการประกาศไม่ได้ผ่านอีเวนต์หรือคำแถลง แต่แอปเปิล สโตร์ ปิดทำการชั่วคราวช่วงเช้าวันที่ 25 มิถุนายน เวลาประมาณ 7.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่งชั่วโมงต่อมาพร้อมราคาใหม่

ผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบในรอบนี้คือ iPhone เช่นเดียวกับ Apple Watch และ AirPods แต่นักวิเคราะห์คาดว่า iPhone 18 Series ที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน อาจปรับราคาขึ้นตามเช่นกัน

ขณะที่ แอปเปิลไม่ใช่บริษัทเดียวที่ปรับขึ้นราคา ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์, ซัมซุง, เลอโนโว, เอชพี และเดลล์ ปรับราคาในลักษณะเดียวกัน โดยฝั่ง Windows PC ราคา RAM ปรับขึ้น 3-4 เท่า ส่วน SSD ขึ้น 2-3 เท่า ซึ่งแอปเปิลถือว่า ยังพยุงราคาได้ในระดับเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่า แต่ฐานราคาเดิมที่สูงอยู่แล้วทำให้เห็นส่วนต่างเป็นจำนวนเงินที่สูง

การปรับราคารอบนี้ถือเป็นความท้าทายแรกสำหรับ จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งในเดือนกันยายน 2026 แทนทิม คุก โดยฝั่งไมครอน (Micron) ผู้ผลิตชิป memory รายใหญ่ คาดการณ์ว่า วิกฤตขาดแคลนนี้จะลากยาวไปจนถึงปี 2027 เป็นอย่างน้อย ซึ่งหมายความว่า ราคาใหม่นี้อาจกลายเป็นมาตรฐานต่อไป อย่างน้อยอีกปีครึ่งข้างหน้า

...

คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ เมื่อสถานการณ์ RAM คลี่คลายแล้ว แอปเปิลจะปรับราคากลับลงมาที่ระดับเดิม หรือจะคงราคาใหม่นี้ไว้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

ที่มา: TechRadar, TechSpot