มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะกลายเป็นสวรรค์ครั้งใหญ่ที่สุดของ "สแกมเมอร์" ทั่วโลก โดยเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทในการทำตั๋วผีที่แนบเนียน ท่ามกลางความต้องการอันมหาศาล

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วม ได้กลายเป็นพื้นที่ให้กับอาชญากรทางไซเบอร์ใช้ความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ทำให้การหลอกลวงแนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ

จากเดิมที่ผู้คนสามารถสังเกตอีเมลปลอมได้ง่ายๆ ผ่านตัวสะกดที่ผิดแปลก ไวยากรณ์ขาดความสมบูรณ์ หรืออีเมลที่ดูประหลาด แต่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มิจฉาชีพมีเครื่องมือที่เก่งกาจมากขึ้น ทั้งเว็บไซต์จาก AI, Deepfake Video, การเลียนแบบเสียง และแคมเปญฟิชชิงที่ดูน่าเชื่อถือจนสามารถสวมรอยเป็นฟีฟ่า (FIFA) ได้อย่างแนบเนียน

ด้วยขนาดของทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งมีการแข่งขันถึง 104 นัดใน 16 เมือง จาก 3 ประเทศ ประกอบกับความต้องการตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลก 2026 ที่ล้นหลาม โดยฟีฟ่า ประเมินว่า จะมีแฟนบอลเข้าชมในสนามกว่า 6 ล้านคน และมียอดจองตั๋วพุ่งสูงถึง 150 ล้านใบในช่วง 15 วันแรกของการเปิดขาย หรือคิดเป็นความต้องการที่สูงกว่าจำนวนตั๋วปกติถึง 30 เท่า

ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างโอกาสทองครั้งประวัติศาสตร์ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยข้อมูลจาก TrendAI บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุว่า  มีการจดทะเบียนโดเมนที่เกี่ยวข้องกับฟีฟ่ามากกว่า 13,000 รายการในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2026 และพบว่า 1 ใน 41 โดเมนเป็นเว็บไซต์อันตรายตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขัน

ขณะที่รายงานจาก Group-IB ตรวจพบโดเมนปลอมที่สวมรอยเป็นเว็บไซต์ทางการของฟีฟ่าแล้วกว่า 4,300 โดเมน

รูปแบบของกลลวงที่พบมากที่สุดยังคงวนเวียนอยู่กับการหลอกขายตั๋วผี บริการทำวีซ่า หรือตรวจคนเข้าเมืองปลอม ข้อเสนอที่พักราคาถูกเกินจริง รวมถึงการหลอกเอาข้อมูลผ่านแบบสอบถามแลกอินเทอร์เน็ตฟรี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เนื้อหาของกลลวงไม่ได้เปลี่ยนไปจากอดีต แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ที่ทำให้มิจฉาชีพทำงานได้เร็วขึ้นและขยายสเกลได้ใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล

...

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เอไอถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตี เทคโนโลยีเดียวกันนี้ก็กำลังกลายเป็นเกราะป้องกันที่ทรงพลังที่สุดของอุตสาหกรรมไซเบอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล และตรวจจับความผิดปกติเช่นกัน เช่น เมตา ซึ่งจับมือกับหน่วยงานรักษาความปลอดภัย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลอัจฉริยะเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพเหล่านี้ รวมถึง 3 เจ้าภาพประเทศ ซึ่งได้ทุ่มงบมหาศาลสำหรับการติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์สุนัข และระบบต่อต้านโดรน เพื่อรักษาความปลอดภัยในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกหนนี้

ที่มา: Wired