สำนักข่าวต่างประเทศกางตัวเลขวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตของแอปเปิล ชี้เตรียมปรับราคาขึ้น 200-300 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้น ด้าน ทิม คุก ยอมรับแอปเปิลได้รับผลกระทบจริง
บรรดาสาวกแอปเปิลอาจจะต้องเตรียมงบประมาณสำหรับการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม เมื่อมีรายงานข่าว และการประเมินสถานการณ์ล่าสุดที่บ่งชี้ว่า iPhone 18 Pro ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนนี้ อาจมีราคาเริ่มต้นที่พุ่งสูงขึ้นไปถึง 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่านั้น โดยสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำหลัก (RAM) พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) และระบบฮาร์ดแวร์กล้องรุ่นใหม่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของ ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล ที่ออกมายอมรับกับวอลล์ สตรีท เจอร์นัล ว่าแอปเปิลไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากวิกฤตราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้นได้ และเมื่อถูกถามถึงทิศทางการปรับราคาผลิตภัณฑ์ คุกได้ระบุเพียงว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดการกับประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้นักวิเคราะห์จากวอลล์ สตรีท เจอร์นัล และบริษัทวิจัย TechInsights ต้องออกมาประเมินทิศทางราคาใหม่
จากการวิเคราะห์โครงสร้างราคาและต้นทุนของ TechInsights ระบุว่า ในรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone 17 Pro ที่มีราคาจำหน่าย 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ แอปเปิลสามารถทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ในระดับ 47 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากแอปเปิลต้องการรักษาสัดส่วนกำไรในระดับเดิมสำหรับ iPhone 18 Pro ภายใต้ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น บริษัทจะต้องตั้งราคาจำหน่ายที่ 1,371 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรฐานการตั้งราคาของแอปเปิล นักวิเคราะห์คาดว่า แอปเปิลอาจเลือกตั้งราคาเริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้กำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 44 เปอร์เซ็นต์
...
แต่ถึงกระนั้น การประเมินราคาที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ยังไม่ได้รวมถึงปัจจัยด้านการอัปเกรดระบบกล้องใหม่ ซึ่ง หมิง-จี๋ กัว (Ming-Chi Kuo) นักวิเคราะห์สายห่วงโซ่อุปทานชื่อดัง ประเมินว่า ชิ้นส่วนกล้องใหม่นี้จะมีต้นทุนสูงกว่ารุ่นเดิมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หากนำปัจจัยนี้มารวมในการคำนวณ แอปเปิลอาจจำเป็นต้องขยับราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro ขึ้นไปแตะระดับ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการปรับราคาเพิ่มขึ้น 200 ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
การปรับโครงสร้างราคาของ iPhone 18 Pro ในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโนไปยังรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์เดียวกัน โดยคาดว่ารุ่นตัวท็อปอย่าง iPhone 18 Pro Max จะขยับราคาเริ่มต้นสูงกว่า iPhone 18 Pro ไปอีก 100 ดอลลาร์สหรัฐตามช่องว่างราคามาตรฐานของแอปเปิล และอาจทำให้ราคาที่ถูกลือออกมาก่อนหน้านี้ของรุ่นพรีเมียมสูงสุดอย่าง iPhone Ultra ที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 66,000 บาท)