เมตา ประเทศไทย กางข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ พบ 85 เปอร์เซ็นต์ ของคอนเทนต์ที่แชร์ผ่านแชตคือ Reels พร้อมเปิดทางครีเอเตอร์ปั้นรายได้หลายช่องทาง
เมตา ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลทิศทางการใช้งานอินสตาแกรม ประจำปี 2026 โดยระบุว่า แพลตฟอร์มได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงพื้นที่แชร์รูปภาพ ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ ธุรกิจ และเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทยอย่างเต็มตัว สะท้อนผ่านสามความเปลี่ยนแปลงหลัก ทั้งฐานผู้ใช้ที่ขยายตัวข้ามกลุ่มอายุ พฤติกรรมการแชร์ Reels ผ่านข้อความส่วนตัวที่กลายเป็นกลไกหลัก และการเปิดช่องทางสร้างรายได้ให้ครีเอเตอร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น
แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta เปิดเผยว่า ฐานผู้ใช้งานอินสตาแกรมในไทยขยายตัวข้ามกลุ่มอายุ หรือ Cross-generation อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันสามารถเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ได้สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มวัยผู้ใหญ่ ทั้ง Millennials, Gen X และ Baby Boomers ในเวลานี้กว่าครึ่ง หรือมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ต่างเลือกใช้อินสตาแกรม เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้ฐานผู้ใช้กว้างขึ้นและมีกำลังซื้อสูงขึ้น
...
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานชาวไทยยังมีพฤติกรรมการใช้งานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน หรือ Multi-App สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 79 เปอร์เซ็นต์ โดยพบว่า 94 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ใช้งานอินสตาแกรมรายเดือนในไทย ยังคงเข้าใช้งานเฟซบุ๊กควบคู่กันเป็นประจำ ซึ่งเอื้อต่อการทำกลยุทธ์การตลาดข้ามแพลตฟอร์มของแบรนด์
ในมิติของพฤติกรรมการสื่อสาร Reels และข้อความส่วนตัว หรือ Direct Message (DM) กลายเป็นรูปแบบการใช้งานหลัก สอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่ปัจจุบันผู้ใช้ใช้เวลามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์บนแอปไปกับการรับชม Reels
ที่สำคัญ Reels ยังทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสนทนาส่วนตัว โดยข้อมูลจากผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2025 ของเมตา พบว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ของคอนเทนต์ที่ถูกแชร์ผ่านแชตบนอินสตาแกรม คือ Reels
พฤติกรรมนี้ เมตา เรียกว่า Digital Pebbling เปรียบเหมือนนกเพนกวินที่ส่งมอบก้อนหินให้แก่กันเพื่อแสดงความผูกพัน ซึ่งในไทยสะท้อนผ่านพฤติกรรมเฉพาะตัว แทนที่ผู้ใช้จะพิมพ์คำว่า “คิดถึง” ในรูปแบบข้อความทั่วไป หลายคนเลือกแสดงความใส่ใจด้วยการส่ง Reels ส่วนตัวตรงไปยังคนสนิท ไม่ว่าจะเป็นคลิปตลก สูตรอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วยกัน การแชร์อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นส่วนตัวเช่นนี้ ได้กลายมาเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่ทรงพลังที่สุดสำหรับครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์ม
ทางด้านเชิงครีเอเตอร์ เมตา ระบุว่า ความสำเร็จหลังจากนี้จะไม่ได้ถูกวัดจากจำนวนผู้ติดตามอีกต่อไป เนื่องจากอัลกอริทึมของอินสตาแกรม หันมาให้น้ำหนักกับคุณค่าของคอนเทนต์ และอัตราการมีส่วนร่วม หรือ Engagement มากกว่ายอดผู้ติดตาม โดยอ้างอิงจากผลการศึกษา Generation Zeitgeist 2026 พบว่า 81 เปอร์เซ็นต์ ของผู้บริโภคมองว่า ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือ Expert Knowledge เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่มองหาในตัวครีเอเตอร์ นำหน้าทั้งความตลก ความเข้าถึงง่าย หรือแม้แต่ความโด่งดัง
การเปลี่ยนแปลงนี้ เปิดทางให้ครีเอเตอร์เฉพาะกลุ่ม เช่น สายบิวตี้ สายกิน และสายการเงินการลงทุน โดยครีเอเตอร์หน้าใหม่มีโอกาสสร้างยอดการรับชมได้ถึง 2-3 ล้านครั้งจาก Reels เพียงคลิปเดียว หากเนื้อหานั้นตรงกับความสนใจของผู้ชม
ในด้านการสร้างรายได้ เมตากำลังขยายช่องทางที่หลากหลาย โดย Partnership Ads เป็นรูปแบบโฆษณาที่ให้ครีเอเตอร์โปรโมตแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมี Creator Marketplace สำหรับจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ที่เหมาะสม และ Subscriptions สำหรับมอบคอนเทนต์พิเศษเฉพาะกลุ่มแฟนคลับ
...
สำหรับ Affiliate Commerce ที่ปัจจุบันเชื่อมต่อครีเอเตอร์ทั่วโลกกว่า 5 ล้านคนเข้ากับบัญชี Affiliate บนเฟซบุ๊กแล้ว เมตาเตรียมนำโปรแกรม Affiliate Partnership ร่วมกับ Shopee ซึ่งเปิดตัวบนเฟซบุ๊กในไทยเมื่อปีก่อน มาสู่อินสตาแกรมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากการแนะนำสินค้าได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ เมตาย้ำว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่มีชีวิตชีวาที่สุดของอินสตาแกรม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้