เจนเซน หวง คาดการณ์ RAM Crisis อาจยืดเยื้อไปถึงปี 2030 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตทั่วโลก

เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นวีเดีย ประเมินสถานการณ์ตลาดชิปหน่วยความจำที่กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลน และราคาพุ่งสูงอย่างหนัก โดยระบุว่า วิกฤตดังกล่าวจะลากยาวต่อไปอีกหลายปี

การแสดงความคิดเห็นครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการประกาศความร่วมมือทางเทคโนโลยีระยะยาวระหว่าง Nvidia และ SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำการคาดการณ์ที่เลวร้ายที่สุดว่าปัญหาต้นทุนหน่วยความจำพุ่งสูงอาจยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นทศวรรษหรือปี 2030 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกจากอดีตผู้บริหารของ ซัมซุง (Samsung) ที่ประเมินว่า สถานการณ์อาจคลี่คลายลงภายในต้นปี 2028 จากกำลังการผลิตของบริษัทในจีนก็ตาม

คำเตือนจากผู้นำระดับสูงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์

นักวิเคราะห์ประเมินว่า สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแบบประกอบสำเร็จรูป (Prebuilt PC) ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ควรตัดสินใจซื้อมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลลดราคาใหญ่อย่าง Black Friday เนื่องจากผู้ผลิตแล็ปท็อปรายใหญ่กำลังจะหมดสต็อกชิ้นส่วนหน่วยความจำ และพื้นที่เก็บข้อมูลที่เคยซื้อมาในราคาต้นทุนเดิม ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลให้ราคาแล็ปท็อปปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

นักวิเคราะห์ประเมินว่า สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปแบบประกอบสำเร็จรูป (Prebuilt PC) ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ควรตัดสินใจซื้อมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลลดราคาใหญ่อย่าง Black Friday เนื่องจากผู้ผลิตแล็ปท็อปรายใหญ่กำลังจะหมดสต็อกชิ้นส่วนหน่วยความจำ และพื้นที่เก็บข้อมูลที่เคยซื้อมาในราคาต้นทุนเดิม ซึ่งหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลให้ราคาแล็ปท็อปปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

...

ในทางกลับกัน สำหรับผู้ที่ต้องการประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง หรือต้องการซื้อชิ้นส่วนแยกต่างหาก สถานการณ์ของ RAM และ SSD ถือว่าอยู่ในจุดที่ควรระมัดระวังที่สุด นับตั้งแต่ปัญหาวิกฤตชิปเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 ราคาของ RAM ประเภท DDR4 และ DDR5 ได้พุ่งสูงขึ้นถึงสามหรือสี่เท่าตัว

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหารจากแบรนด์ Lexar ยังคาดการณ์ว่า ราคาของ RAM อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวภายในสิ้นปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการซื้อชิ้นส่วนหน่วยความจำและ SSD ในช่วงเวลาที่ราคาพุ่งสูงเช่นนี้ และควรใช้วิธีชะลอการซื้อออกไปก่อน เพื่อรอดูทิศทางของตลาดว่าจะมีจุดที่ราคาเริ่มปรับฐานลงมาหรือไม่

สำหรับชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ อย่าง CPU และการ์ดจอ ทิศทางตลาดยังคงมีความแตกต่างกัน การเลือกซื้อ CPU ในช่วงเวลานี้ถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย เนื่องจากราคาตลาดยังคงมีเสถียรภาพและเตรียมจะมีการเปิดตัวรุ่นราคาประหยัดอย่าง Ryzen 7700X3D ในเดือนหน้า

ขณะที่ ตลาดการ์ดจอนั้น การ์ดจอระดับกลาง และระดับเริ่มต้นอย่างซีรีส์ AMD RX 9070 XT ยังคงมีราคาที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ และสามารถตัดสินใจซื้อได้ แต่สำหรับการ์ดจอระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะโมเดลจากฝั่ง Nvidia เช่น RTX 5070 Ti ขึ้นไป ต้องเผชิญกับราคาที่พุ่งทะลุเกินกว่าราคาขายปลีกไปมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนของหน่วยความจำวิดีโอ (VRAM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

ที่มา: TechRadar