นโยบายการผลักดันการใช้ AI ดูเหมือนว่าจะเป็นภาระให้กับบริษัท โดยเฉพาะฝั่งบิ๊กเทคมากขึ้น แม้ในอนาคตราคาโทเคน (Token) อาจถูกลง แต่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ AI ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น และแพงกว่าการจ้างงานแรงงานที่เป็นมนุษย์

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก หรือที่เรารู้จักกันดีในนามบิ๊กเทค (Big Tech) ได้มีนโยบายผลักดันให้พนักงานใช้ AI เพื่อรีดประสิทธิภาพในการทำงาน เพียงแต่นโยบายนี้ได้เริ่มส่งผลต่อโครงสร้างทางการเงินบ้างแล้ว

สำนักข่าว เดอะ เวิร์จ เปิดเผยว่า ตอนนี้ไมโครซอฟท์กำลังทยอยยกเลิกสิทธิ์การใช้งาน Claude Code ของพนักงาน และให้วิศวกรหันไปใช้ GitHub Copilot CLI แทน ทั้งที่นโยบายดังกล่าวเพิ่งนำร่องใช้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดการใช้งานในระดับสเกลใหญ่ ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องกลับลำเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย

แน่นอนว่า ไมโครซอฟท์ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ต้องลดสเกลการใช้งาน AI ภายในองค์กร เพราะอูเบอร์ (Uber) ได้ใช้งบประมาณสำหรับเครื่องมือ AI ด้านการเขียนโค้ดของทั้งปี 2026 หมดเกลี้ยงภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนแรกเท่านั้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนจากการใช้ AI กำลังเริ่มส่งปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ และอาจขัดขวางการเติบโตของบริษัท

ทางด้านข้อมูลของโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินว่า ภายในปี 2030 การใช้งาน AI แบบอัตโนมัติ หรือ Agentic AI จะทำให้ปริมาณการใช้โทเคนพุ่งสูงขึ้นถึง 24 เท่า ทะลุระดับ 120 พันล้านล้านโทเคนต่อเดือน แม้ว่ารายงานจากการ์ตเนอร์ (Gartner) จะประเมินว่า ต้นทุนการประมวลผลโมเดลขนาดใหญ่จะลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในปี 2030 แต่ราคาโทเคนที่ถูกลงไม่ช่วยให้องค์กรประหยัดงบได้จริง เนื่องจากโมเดลแบบ Agentic ต้องการจำนวนโทเคนต่อหนึ่งคำสั่งสูงกว่าโมเดลทั่วไปหลายเท่าตัว ดังนั้นจึงไม่ควรสับสนระหว่างราคาโทเคนขั้นพื้นฐานที่ถูกลง กับต้นทุนที่แท้จริงของการประมวลผลขั้นสูง 

...

ความเป็นจริงข้อนี้อาจทำให้แผนการใหญ่ของหลายบริษัทต้องสะดุดลง โดยเฉพาะวิสัยทัศน์ของ เจนเซน หวง ซีอีโอ เอ็นวิเดีย (Nvidia) ที่เคยวาดฝันไว้ว่า ในอนาคตพนักงานแต่ละคนจะมีผู้ช่วย AI ทำงานเคียงข้างถึง 100 ตัว แต่ว่าเมื่อดูจากอัตราการบริโภคโทเคนมีโอกาสที่จะสูงขึ้นเร็วกว่าต้นทุนโทเคนพื้นฐานที่ลดลง ดังนั้นอนาคตของการทำงานที่ใช้ AI ขับเคลื่อนอาจมาพร้อมกับใบแจ้งหนี้ด้าน AI ที่แพงเกินไป จนทำให้องค์กรที่ใช้ AI อาจจ่ายไม่ไหว

ที่มา: Fortune