เจาะลึกวิทยาศาสตร์ข้อมูลเบื้องหลังการเดินในสนามของเมสซี และการใช้ทฤษฎีสถิติถอดรหัสแท็กติกลูกหนัง และเพราะเหตุใดข้อมูลระดับ Big Data ถึงยังไม่สามารถเอาชนะจิตวิญญาณแห่งความบันเทิงในโลกฟุตบอลได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์

นิตยสาร Wired นำเสนอบทความที่มีชื่อว่า Why Soccer Still Defies Statistical Analysis ซึ่งถอดเป็นภาษาไทยได้ว่า ทำไมฟุตบอลถึงเป็นกีฬาที่หลักการทางสถิติไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด 

ลุค บอร์น (Luke Bornn) นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนที่ และฮาเวียร์ แฟร์นันเดซ (Javier Fernández) ได้พยายามคว้าสิ่งที่จับต้องไม่ได้ในฟุตบอลมาทำให้เป็นตัวเลข ผ่านการตีพิมพ์งานวิจัยเรื่องการสร้างพื้นที่ว่าง โดยใช้เทคโนโลยีติดตามตัวผู้เล่น

สิ่งที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์พฤติกรรมของ ลิโอเนล เมสซี ผลวิจัยพบว่าการที่เมสซีมักจะ "เดิน" ในสนาม ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจ แต่เป็นแนวทางที่เขาตั้งใจทำแบบนั้นอยู่แล้ว เพื่อเข้าหาพื้นที่ว่าง และเข้าไปควบคุมพื้นที่ว่างตรงนั้น

บอร์น สรุปว่า เมสซีสามารถสร้างประโยชน์จากการเดินได้มากกว่าที่ผู้เล่นคนอื่นทำได้จากการวิ่งเต็มสปีดเสียอีก ซึ่งข้อมูลนี้ได้เปลี่ยนมุมมองจากการตำหนิเรื่องความทุ่มเทเป็นการชื่นชมในเชิงแท็กติก

ทางด้าน ซาราห์ รัดด์ อดีตหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของสโมสรอาร์เซนอล เป็นอีกหนึ่งผู้บุกเบิกที่นำเครื่องมือทางสถิติอย่าง "Markov Chains" มาใช้ในการประเมินตัวเลขของการกระทำทุกอย่างในสนาม ที่นอกเหนือจากการทำประตู หรือแอสซิสต์

...

แนวคิดนี้มีรากฐานมาจาก แอนเดรย์ มาร์คอฟ นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซียในปี 1906 ที่เชื่อว่า เหตุการณ์ในอนาคตขึ้นอยู่กับสถานะปัจจุบันของระบบ

รัดด์ ได้นำหลักการนี้มาแบ่งสนามฟุตบอลออกเป็น 39 สถานะ เพื่อคำนวณโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ต่อไป อย่างไรก็ตาม เธอยอมรับว่า ฟุตบอลไม่ได้เป็นเส้นตรงหรือแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมที่เรียบร้อยขนาดนั้น เพราะพื้นที่ในสนามมีความคลุมเครือ และเปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มแท็กติกของเฮด โค้ช หรือผู้จัดการทีมตลอดเวลา

แม้จะมีข้อมูลมหาศาล แต่ถึงที่สุดแล้ววิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถหาแนวทางที่จะใช้ตัวเลขมาชนะศาสตร์ของฟุตบอลได้ทั้งหมด เนื่องจากฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่มีความไม่แน่นอนสูง คล้ายกับทฤษฎี "ผ้าห่มที่สั้นเกินไป" ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพยายามปิดส่วนหนึ่งของร่างกายมากเกินไป มันก็จะมีส่วนที่ผ้าห่มปิดได้ไม่หมด เหมือนกับฟุตบอลถ้าผู้เล่นดันพื้นที่สูงเกินไป ก็จะมีส่วนของพื้นที่ว่างโล่งจนมีความเสี่ยงที่จะถูกคู่แข่งโจมตีได้

พร้อมกันนี้ ในโลกฟุตบอลเองก็มีความขัดแย้งเชิงปรัชญาอยู่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นปรมาจารย์ลูกหนัง โยฮัน ครัฟฟ์ เชื่อว่า นักฟุตบอลต้องครองบอลเอาไว้กับตัว เพราะเป็นสภาวะธรรมชาติของนักเตะ แต่ไม่ใช่กับแนวทางของโชเซ มูรินโญ ที่มองว่า ใครมีบอล คนนั้นมีความกลัว ดังนั้นสิ่งที่มูรินโญเลือกก็คือ รอให้คู่แข่งผิดพลาด แล้วค่อยไปฉวยโอกาสนั้น ทำให้ความสวยงามของฟุตบอลจึงอยู่ที่เรื่องของความขัดแย้งที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งแม้แต่ข้อมูลการติดตามผู้เล่นที่ละเอียดที่สุดก็ยังไม่สามารถไขปริศนาได้ทั้งหมด

สุดท้ายแล้ว แม้เดต้าจะช่วยให้เห็นโครงสร้างของกีฬาได้ชัดเจนขึ้น แต่เหล่าคนทำงานเบื้องหลังอย่างรัดด์ หรือบอร์น ต่างก็มองว่า ฟุตบอลคืออุตสาหกรรมแห่งความบันเทิง และความสนุกของมันก็คือการรักษาสิ่งที่สมการทางคณิตศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายได้นั่นเอง

ที่มา: Wired