รวมวิธีเช็ก Deepfake และเทคนิคสังเกตวิดีโอปลอมจาก AI ที่มิจฉาชีพใช้หลอกโอนเงิน เรียนรู้วิธีป้องกันตัวและจุดสังเกตที่ผิดปกติ เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินและข้อมูลส่วนตัว

เตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI สร้างวิดีโอปลอมหลอกโอนเงิน! เจาะลึกวิธีเช็ก Deepfake สังเกตจุดผิดปกติบนใบหน้าและการเคลื่อนไหว พร้อมเทคนิคป้องกันตัวเบื้องต้นที่ทุกคนควรรู้ก่อนตกเป็นเหยื่อ

Deepfake คืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็นเครื่องมือใหม่ของมิจฉาชีพ

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวกระโดด Deepfake หรือการสร้างภาพและเสียงสังเคราะห์ให้เหมือนบุคคลจริง กลายเป็นดาบสองคมที่มิจฉาชีพนำมาใช้ “ปลอมตัว” เป็นคนใกล้ชิด หัวหน้างาน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อโทรวิดีโอคอลมาหลอกลวงให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันความเนียนของ AI พัฒนาไปไกลจนยากจะแยกออกด้วยตาเปล่าหากไม่สังเกตให้ดี

5 วิธีเช็ก Deepfake สังเกตจุดผิดปกติด้วยตัวเอง

เพื่อให้เท่าทันกลลวง ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระบุว่า เราสามารถสังเกตความผิดปกติของวิดีโอที่สร้างจาก AI ได้จากจุดสำคัญดังนี้

1. การกะพริบตาและการเคลื่อนไหวของดวงตา

โดยปกติ AI มักจะประมวลผลการกะพริบตาได้ไม่เป็นธรรมชาติ ให้สังเกตว่าคู่สนทนากะพริบตาบ่อยเกินไป น้อยเกินไป หรือทิศทางของลูกตาดูไม่สัมพันธ์กับการขยับใบหน้าหรือไม่

2. รอยต่อบริเวณใบหน้าและลำคอ

ลองสังเกตบริเวณขอบหน้า ผิวหนัง และไรผม หากเป็น Deepfake มักจะเห็นรอยเบลอ หรือความต่างของสีผิวระหว่างใบหน้าและลำคอที่ไม่เนียนสนิท รวมถึงเงาที่ตกกระทบบนใบหน้าอาจดูผิดเพี้ยนไปจากแสงในสภาพแวดล้อมจริง

...

3. เสียงที่ไม่ตรงกับรูปปาก (Lip-sync)

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

ตรวจสอบว่าคำพูดและจังหวะการขยับปากสอดคล้องกันหรือไม่ หากมีการดีเลย์ หรือรูปปากดูแข็งทื่อ ไม่ตรงกับสระที่ออกเสียง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้น

4. การเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ

ลองขอให้คู่สนทนาทำท่าทางที่ AI ประมวลผลยาก เช่น “การเอามือมาบังหน้า” หรือ “หันข้างแรงๆ” หากเป็น Deepfake ภาพบริเวณใบหน้าจะเกิดการบิดเบี้ยว หรือหายไปชั่วขณะ เนื่องจาก AI ไม่สามารถประมวลผลวัตถุที่มาบดบังใบหน้าได้ทันที

5. คุณภาพของเสียงและโทนการพูด

มิจฉาชีพอาจใช้ AI เลียนเสียง (Voice Cloning) แต่โทนเสียงมักจะดูเรียบเฉยขาดอารมณ์ความรู้สึก หรือมีเสียงรบกวนที่ดูเหมือนถูกสังเคราะห์ขึ้นมา

วิธีป้องกันตัวเบื้องต้น “มีสติ เช็กให้ชัวร์ ก่อนโอน”

นอกจากการสังเกตด้วยตาแล้ว การป้องกันในเชิงพฤติกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • ตั้งคำถามส่วนตัว หากสงสัยว่าเป็นคนรู้จัก ให้ลองถามเรื่องที่มีรู้กันแค่สองคน
  • ตรวจสอบช่องทางอื่น วางสายแล้วโทรกลับหาเบอร์เดิมที่บันทึกไว้ในเครื่อง หรือติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ของเขา
  • อย่ารีบโอนเงิน มิจฉาชีพมักสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเร่งรีบ เพื่อให้เราขาดสติในการไตร่ตรอง

ในยุคที่ AI พัฒนาไปไกล การสังเกต Deepfake จึงต้องอาศัยการช่างสังเกตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “จังหวะการกะพริบตา รอยต่อบริเวณใบหน้า และเสียงที่ไม่ตรงกับรูปปาก” หากพบวิดีโอคอลที่น่าสงสัย ให้ลองขอให้คู่สนทนา “เอามือมาบังหน้า” หรือ “หันข้าง” เพื่อทำลายการประมวลผลของ AI ที่สำคัญที่สุดคือต้อง “มีสติ” ไม่รีบโอนเงินตามคำกดดัน และควรติดต่อกลับหาบุคคลนั้นผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้โดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพยุคดิจิทัล

...