บริษัทวิจัยตลาดไอดีซีออกรายงานฉบับล่าสุดชี้ว่า วิกฤตชิปหน่วยความจำขาดตลาด ส่งผลให้ธุรกิจสมาร์ทโฟนดิ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี 

รายงานล่าสุดของบริษัทวิจัยตลาด IDC ฉายภาพสถานการณ์ของธุรกิจสมาร์ทโฟนในปีนี้ที่มีวี่แววว่าจะแย่ลงเป็นพิเศษ โดยตัวเลขของ IDC ระบุว่า ไตรมาสแรกของปี 2026 ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกตกลงไปราว 4.1 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจนี้เกือบ 3 ปีหลังสุดต้องยุติลง

สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขการจัดส่งสมาร์ทโฟนตกลงไป มาจากวิกฤตการขาดแคลนหน่วยความจำอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาในส่วนนี้แพงกว่าปกติเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นจึงทำให้แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่มีทางเลือกอะไรมากนัก โดยผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค ซึ่งในบางตลาดราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้นถึง 40-50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ในขณะที่ตลาดกำลังระส่ำระสาย กลยุทธ์ของแอปเปิล (Apple) กลับน่าสนใจ เพราะการสละอัตรากำไร หรือ Margin เพื่อตรึงราคา iPhone ให้คงเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มสแตนดาร์ดอย่าง iPhone 17 ท่ามกลางคู่แข่งเพิ่มราคา แต่ iPhone กลับโต 3.3 เปอร์เซ็นต์

ทางด้านซัมซุง (Samsung) แม้จะเติบโตช่วงแรกที่ 3.6 เปอร์เซ็นต์ แต่เริ่มมีการปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มไฮเอนด์อย่าง Samsung Galaxy Z Flip 7 และ Samsung Galaxy S25 Edge รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแท็บเล็ตดีดขึ้นราว 40-80 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,300 - 2,600 บาท)

สถานการณ์นี้ทำให้แอปเปิลกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่เพียงรายเดียวที่ยังไม่ขยับราคา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของแบรนด์ผลไม้ที่เลือกสละกำไรระยะสั้นเพื่อครองส่วนแบ่งธุรกิจสมาร์ทโฟนในระยะยาว ในยุคที่เริ่มถูกท้าทายจากอุตสาหกรรม AI

ที่มา: IDC

...