เมื่ออุตสาหกรรม AI เขมือบ RAM เป็นเหตุให้ราคาสมาร์ทโฟนทั่วโลกมีโอกาสปรับราคาสูงขึ้น

ข้อมูลจาก Counterpoint Research เปิดเผยว่า ในเวลานี้หน่วยความจำสำรองอย่าง RAM ราคาพุ่งสูงต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีความพยายามที่จะประคองสถานการณ์ด้วยการตรึงราคาจากสต็อกชิ้นส่วนที่ซื้อไว้ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อสต็อกเหล่านั้นเริ่มร่อยหรอลง ผู้ใช้งานทั่วโลกก็เตรียมรับแรงกระแทกจากราคาขายปลีกที่จะขยับสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในเร็วๆ นี้

Counterpoint Research ประเมินว่า กลุ่มสมาร์ทโฟนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ สมาร์ทโฟนระดับผู้เริ่มต้นที่มีราคาไม่แพงนัก โดยต้นทุนชิ้นส่วนพื้นฐานอย่าง RAM ขนาด 6GB และ ROM ความจุ 128GB อาจมีราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้สมาร์ทโฟนที่มีราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,000 บาท แม้ตัวเลขดูไม่มาก แต่สำหรับตลาดกลุ่มนี้ถือเป็นส่วนต่างที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างรุนแรงจนอาจทำให้ยอดขายในภาพรวมลดลง

ในเวลาเดียวกันผลกระทบยังส่งผลต่อสมาร์ทโฟนระดับสูงด้วย เพราะมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นมากถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,300 บาท โดยมีการคาดการณ์ว่า Samsung Galaxy S27 รุ่นพื้นฐานปีหน้าอาจราคาแตะหลัก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐได้เลย ซึ่งแพงกว่ารุ่นเมื่อสองปีก่อนถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รุ่นท็อปอย่าง Galaxy S27 Ultra อาจมีราคาพุ่งสูงไปแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 73,000 บาท ทำให้มือถือระดับพรีเมียมเป็นที่เอื้อมถึงได้ยากขึ้นไปอีก

...

จากปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่างซัมซุงจึงเริ่มหาทางลดต้นทุนด้วยการใช้เทคโนโลยีเก่า เพื่อไม่ให้ราคาตัวเครื่องแพงเกินไป ยกตัวอย่างเช่น การเลือกใช้เทคโนโลยีหน้าจอ M13 รุ่นเก่าใน Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Z Flip 8 ที่จะวางจำหน่ายในช่วงกลางปีนี้ แทนที่จะใช้หน้าจอ M4 รวมถึงการเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ OLED จาก CSOT ผู้ผลิตสัญชาติจีนในมือถือระดับกลาง และเริ่มใช้ชิ้นส่วนบานพับ และโมดูลกล้องจากซัพพลายเออร์จีนในมือถือตระกูล S-series เพื่อรักษาเพดานราคา และกำไรของบริษัทท่ามกลางวิกฤต RAM ในตอนนี้

ที่มา: Android Police