ผลสำรวจล่าสุดดูเหมือนว่าผู้คนจะเริ่มเปิดใจให้กับ AI มากขึ้น ทั้งการสั่งงานแชตบอต จัดตารางเวลาต่างๆ แต่ความกังวลที่จะตกงานเพราะ AI ยังพุ่งสูง

ผลสำรวจล่าสุดของมหาวิทยาลัยควินนิเพียก (Quinnipiac University) ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม 2026 กับกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,397 คน พบว่า 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความเต็มใจที่จะทำงานภายใต้หัวหน้าที่เป็น AI หรือกำกับดูแลโดย AI โดยเฉพาะการทำหน้าที่มอบหมายงาน และจัดตารางเวลาให้โดยตรง 

อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกว่า ต้องการทำงานกับหัวหน้าที่เป็นมนุษย์มากกว่า ทว่าแนวโน้มการใช้ AI ในบทบาทผู้บริหารจัดการกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในบริบทของการลดลำดับชั้นการบริหารจัดการในองค์กร ซึ่งเห็นได้จากการที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง แอมะซอน (Amazon) เริ่มนำระบบ AI เข้ามาทำหน้าที่แทนฝ่ายบริหารระดับกลาง จนนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานในตำแหน่งบริหารจำนวนหลายพันคน หรือแม้แต่ที่ อูเบอร์ (Uber) ที่ทีมวิศวกรได้สร้างโมเดล AI ของซีอีโอขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับฟังและกลั่นกรองไอเดียก่อนการเข้าพบเพื่อคุยงานจริง

แม้การยอมรับเทคโนโลยีจะเพิ่มมากขึ้น แต่ชาวอเมริกันยังคงมีความกังวลอย่างหนักต่อความมั่นคงในอาชีพการงาน โดย 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ความก้าวหน้าของ AI จะส่งผลให้โอกาสในการจ้างงานของมนุษย์ลดน้อยลง 

นอกจากนี้ กลุ่มพนักงานที่กำลังทำงานอยู่ในปัจจุบันกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แสดงความกังวลอย่างชัดเจนว่า ปัญญาประดิษฐ์อาจเข้ามาแทนที่บทบาทหน้าที่เฉพาะเจาะจงของตัวเองจนทำให้ตำแหน่งงานเดิมหายไปในที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาวะย้อนแย้งที่ผู้คนเริ่มยอมรับในประสิทธิภาพ และความเป็นธรรมของการสั่งงานโดยอัลกอริทึม

...

ขณะเดียวกันในกลุ่มคนทำงานก็มีความหวาดกลัวว่า เครื่องมือเหล่านี้จะแย่งชิงพื้นที่ทำกินของมนุษย์ในระยะยาวจนนำไปสู่ยุคที่บริษัทมูลค่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจขับเคลื่อนได้ด้วยพนักงานเพียงคนเดียวร่วมกับพนักงาน AI ทั้งระบบได้เช่นกัน

ที่มา: TechCrunch