อินฟินิกซ์ (Infinix) ส่งมือถือใหม่ Infinix NOTE 60 Series วางการออกแบบลักษณะยูนิบอดี้ เป็นวัสดุแบบชิ้นเดียว
Infinix NOTE 60 Series สมาร์ทโฟนจากแบรนด์อินฟินิกซ์ มีด้วยกันสองโมเดลได้แก่ Infinix NOTE 60 Pro และ Infinix NOTE Edge โดยมาพร้อมกับแนวคิด IT’S NOT(E) WHAT YOU THINK วางสมาร์ทโฟนให้เป็นไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และเป็นไอเท็มแฟชั่นไปในตัว
Infinix NOTE 60 Pro เป็นรุ่นท็อปของซีรีส์ โดยใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 7s Gen 4 5G ซึ่งมีการทำงานร่วมกับควอลคอมม์ (Qualcomm) เพื่อให้ปรับแต่งในส่วนการทำงาน Multi-tasking รวมถึงการเล่นเกมที่มีเฟรมเรต 120fps
พร้อมกันนี้ อินฟินิกซ์ได้พูดถึงเทคโนโลยีของบริษัทที่เรียกว่า Active Matrix Display ซึ่งเป็นจอแบบอินเตอร์แอคทีฟด้านหลังเครื่อง โดยจะมีเอฟเฟกต์แสง การแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงมีมินิเกมให้เล่น
ด้านการรองรับความบันเทิง Infinix NOTE 60 Pro และ Infinix NOTE Edge มาพร้อมหน้าจอ AMOLED 1.5K Ultra-Vision รองรับรีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz ตัวเครื่องออกแบบให้มีลำโพงที่มาจากความร่วมมือของ JBL
ในแง่การถ่ายภาพกล้องหลักมีความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับกันสั่น OIS ซึ่งภายในมีฟีเจอร์ AI และ Ultra HDR สำหรับการถ่ายภาพในภาวะแสงน้อย
ทั้งนี้ ในรุ่น NOTE 60 Pro จะมีแบตเตอรี่ขนาด 6,500 mAh ซึ่งตัวเลขจากการทดลองในห้องแล็บของอินฟินิกซ์สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 16 นาที รองรับการชาร์จไร้สาย 30W มี Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนของตัวเครื่องขณะเล่นเกม และการยืดอายุแบตเตอรี่ด้วยความสามารถ Battery Self-Healing ให้แบตใช้งานได้นานขึ้น
...
ในแง่ความแตกต่างระหว่าง Infinix NOTE 60 Pro และ Infinix NOTE Edge อยู่ตรงที่รุ่น Infinix NOTE Edge จะถูกวางให้อยู่ในระดับเริ่มต้น โดยมีการปรับลดไปใช้ชิปเซ็ต Mediatek Dimensity 7100 และตัดความสามารถ Active Matrix ออกไป และวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า โดย Infinix NOTE Edge มีขนาดสองความจุ 8 | 256GB ราคาอยู่ที่ 8,499 บาท และรุ่น 8 | 128GB ราคา 7,499 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Shadow Black, สีเงิน Lunar Titanium และสีน้ำเงิน Stellar Blue
ขณะที่ Infinix NOTE 60 Pro รุ่นความจุ 12 | 256GB เปิดราคาที่ 12,999 บาท และรุ่น 8 | 256GB ราคา 10,999 บาท มีให้เลือก 3 สี เช่นกัน นั่นคือ สีเงิน Mist Titanium, สีน้ำตาล Mocha Brown และสีส้ม Solar Orange