รู้หรือไม่? วิธีชาร์จแบตเตอรี่ในชีวิตประจำวันของคุณอาจเป็นตัวการร้ายที่ทำให้สมาร์ทโฟนเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุจริงหลายเท่า
ไทยรัฐออนไลน์เปิด 5 พฤติกรรมทำร้ายแบตเตอรี่ ที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม ใครที่ไม่อยากเสียเงินเปลี่ยนแบตบ่อยๆ ต้องรีบเช็กด่วน
1. ปล่อยให้แบตเตอรี่หมด 0% จนเครื่องดับ
หลายคนยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าต้องรอให้แบตหมดเกลี้ยงก่อนค่อยชาร์จ แต่สำหรับแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ในปัจจุบัน การปล่อยให้แรงดันไฟตกต่ำเกินไปจะทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และในบางกรณีอาจเกิดอาการ "หลับลึก" จนชาร์จไฟไม่เข้าอีกเลย
2. ชาร์จเต็ม 100% แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน
แม้ระบบตัดไฟอัตโนมัติจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่การเสียบสายชาร์จค้างไว้จนเต็ม 100% นานหลายชั่วโมง จะทำให้แบตเตอรี่อยู่ในสภาวะ "แรงดันสูง" อย่างต่อเนื่องตลอดคืน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้แบตเตอรี่บวมและเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
3. ฝืนเล่นมือถือหนักขณะชาร์จ
"ความร้อน" คือศัตรูอันดับหนึ่งของสมาร์ทโฟน การเล่นเกมกราฟิกสูงหรือดูวิดีโอสตรีมมิงขณะชาร์จ ทำให้อุณหภูมิของเครื่องพุ่งสูงขึ้นเป็นสองเท่า ความร้อนสะสมนี้จะเข้าไปทำลายโครงสร้างทางเคมีของเซลล์แบตเตอรี่โดยตรงและไม่สามารถย้อนกลับมาดีเหมือนเดิมได้
...
4. วางมือถือในที่อุณหภูมิสูง
นอกเหนือจากการชาร์จ แค่วางมือถือทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด หรือที่อับอากาศ ก็เพียงพอที่จะทำลายแบตเตอรี่ได้แล้ว โดยอุณหภูมิที่สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นเขตอันตรายที่จะเร่งให้ความจุแบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว
5. ใช้อุปกรณ์ชาร์จ "โนเนม" ที่ไม่ได้มาตรฐาน
หัวชาร์จหรือสายชาร์จราคาถูกที่ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล มักมีการจ่ายไฟที่ไม่นิ่งและขาดระบบป้องกันไฟกระชาก ส่งผลเสียต่อทั้งเมนบอร์ดและแบตเตอรี่โดยตรง แนะนำให้เลือกใช้ของแท้หรือแบรนด์ที่มีมาตรฐานรับรอง (เช่น MFi) เพื่อความปลอดภัยทั้งเครื่องและผู้ใช้งาน