รายงานของ IDC เปิดเผยว่า การจัดส่งสมาร์ทโฟนในปีนี้น่าจะดิ่งเหวจากความต้องการ RAM ของอุตสาหกรรม AI ที่ทำให้ชิ้นส่วนราคาแพงขึ้น จนอาจทำให้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดหายไปจากตลาดอย่างถาวร

บริษัทวิจัยตลาด IDC คาดการณ์ว่า ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 มีโอกาสดิ่ง 12.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ลดลงมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ โดยตัวเลขยอดจัดส่งถูกคาดหมายว่าจะลดลงจาก 1.26 พันล้านเครื่องในปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 1.12 พันล้านเครื่องในปีนี้ ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกมองว่าไม่ใช่แค่การชะลอตัวชั่วคราว แต่อาจเป็นการรีเซ็ตโครงสร้างของตลาดสมาร์ทโฟนใหม่ทั้งหมด ทั้งในแง่ของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน และสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ในตลาด

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผลกระทบครั้งนี้น่าจะส่งผลต่อผู้บริโภคโดยตรง ซึ่ง IDC ประเมินว่า ด้วยสถานการณ์ที่ต้นทุนชิ้นส่วนแพงขึ้น อาจทำให้สมาร์ทโฟนกลุ่มประหยัดที่มีราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่คุ้มทุนในการผลิตอีกต่อไป ซึ่งเป็นการบีบให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนขนาดเล็กอาจต้องออกจากตลาดถาวร และส่งผลให้แบรนด์ที่เน้นทำตลาดระดับล่างไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ต่อไป โดยเฉพาะตลาดในตะวันออกกลาง และแอฟริกา ที่คาดว่ายอดจัดส่งจะลดลงมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะลดลงประมาณ 10.5 เปอร์เซ็นต์ และ 13 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

...


ในเวลานี้อุตสาหกรรม AI กำลังมีความต้องการหน่วยความจำสำรองอย่าง RAM เยอะเป็นพิเศษ เพื่อนำไปใช้ในคอมพิวเตอร์ และศูนย์ข้อมูลสำหรับประมวลผล AI ส่งผลให้อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่

ทางด้านคาร์ล เพ่ย ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Nothing ให้ความเห็นว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในปี 2026 ต้องเจอกับทางเลือกที่ยากลำบากมาก เพราะต้องเลือกระหว่างการปรับราคาขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์ หรือการปรับลดสเปกลงเพื่อให้ขายได้ในราคาเดิม ซึ่งโมเดลธุรกิจแบบ "สเปกแรงราคาถูก" ที่หลายแบรนด์เคยใช้เพื่อสร้างชื่อจะไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไปในสถานการณ์ปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี วิกฤติการขาดแคลน RAM ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตลอดไป แต่จะเริ่มกลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติในช่วงกลางปี 2027 

ที่มา: IDC, 9to5Google