เผยสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนในญี่ปุ่นและอินเดียพุ่งแรง ดันราคาเฉลี่ยมือถือโลกทะลุ 400 ดอลลาร์ครั้งแรก ท่ามกลางวิกฤตชิปหน่วยความจำที่ส่งผลต่อตลาดสมาร์ทโฟน

Counterpoint Research เผยสถิติยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกตลอดปี 2025 พบว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ยุค Premiumization หรือการขยับไปสู่รุ่นราคาสูงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า iPhone 16 และ iPhone 16 Pro จะยังคงครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนที่มียอดขายสูงสุดในอันดับ 1-3 ของโลกไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ในฝั่งของระบบปฏิบัติการ Android นั้น Samsung Galaxy S25 Ultra ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการขึ้นมาครองตำแหน่งสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่มียอดขายโดดเด่นที่สุดในกลุ่มพรีเมียม โดยสามารถทำอันดับอยู่ที่ 9 ของตารางรวม และที่น่าสนใจคือรุ่น Galaxy S25 Ultra สามารถลดช่องว่างยอดขายเมื่อเทียบกับรุ่นราคาประหยัดอย่างตระกูล Galaxy A Series ได้มากกว่าในรอบปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีระดับสูงมากขึ้น แม้จะมีส่วนต่างด้านราคาที่ค่อนข้างสูงก็ตาม

ความสำเร็จของ Galaxy S25 Ultra ในปีที่ผ่านมาได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตในตลาดสำคัญอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มียอดขายพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 

...


ขณะที่ตลาดใหญ่อย่างประเทศอินเดีย ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้เป็นตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สมาร์ทโฟนตระกูล S Series ของ Samsung สามารถรักษาพื้นที่ในกลุ่ม 10 อันดับแรกของโลกได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน และเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนทั่วโลกในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 พุ่งสูงเกิน 400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,500 บาท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมมือถือโลก

นอกเหนือจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแล้ว วิกฤตการณ์ขาดแคลนชิ้นส่วนหน่วยความจำสำรอง (RAM) ที่ยืดเยื้อมานานยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างในตลาด โดยกลุ่มผู้ผลิตที่เน้นผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์อย่าง แอปเปิล, กูเกิล และซัมซุง มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดีกว่าแบรนด์ที่เน้นยอดขายจากสมาร์ทโฟนราคาประหยัด เนื่องจากสมาร์ทโฟนระดับเรือธงมีช่องว่างของผลกำไรที่กว้างกว่า ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่ผันผวนมากนักเมื่อเทียบกับแบรนด์สมาร์ทโฟนในยุโรปและเอเชียที่เน้นกลุ่มตลาดราคาต่ำกว่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,000 บาท)

ภาพรวมที่เกิดขึ้นในปี 2025 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความต้องการสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของตลาดที่ส่งผลให้แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกต้องเร่งปรับสิ่งที่อยู่ในมือมาเน้นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงมากขึ้น ท่ามกลางข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อสมาร์ทโฟนรุ่นราคาเริ่มต้น ซึ่งสถานการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนปี 2026 ที่เทคโนโลยีระดับโปรจะกลายเป็นหัวใจหลักในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก

ที่มา: Counterpoint Research