เปิด 5 วิเคราะห์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี เมื่อ ChatGPT กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัว Gemini ยึดครองการค้นหา 

ปี 2026 กำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ จากเดิมที่เป็นเพียงเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจในห้องแล็บ กลับกลายเป็นองค์ประกอบที่มองไม่เห็น แต่แฝงตัวอยู่ในทุกตารางนิ้วของชีวิตประจำวัน ท่ามกลางกระแสทั้งการยอมรับอย่างล้นหลามและการปฏิเสธอย่างรุนแรงจากสังคม

ทิศทางแรกที่น่าจับตาที่สุดคือการวิวัฒนาการของ ChatGPT จากเดิมที่เป็นเพียงแชตบอตตอบคำถาม ไปสู่การเป็น พ่อบ้านดิจิทัลอย่างเต็มตัว ด้วยความสามารถของระบบ Agent และการเชื่อมต่อกับบริการภายนอก ทำให้ในปี 2026 ChatGPT จะทำหน้าที่จัดการธุระในครัวเรือนแทนผู้ใช้งาน โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจสอบตารางนัดหมายของคนในบ้าน การจองร้านอาหารโดยอ้างอิงจากสภาพอากาศและรสนิยมส่วนตัว ไปจนถึงการเคลมประกันผ่านภาพถ่ายความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง 

ความไร้รอยต่อนี้จะทำให้ AI เริ่มจางหายไปจากหน้าจอ แล้วเข้าไปอยู่ในลำโพงอัจฉริยะหรือทีวี โดยทำหน้าที่วางแผนในสิ่งที่มนุษย์ยังไม่ได้เริ่มคิดเสียด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน ยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล (Google) กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการค้นหาข้อมูลจากคีย์เวิร์ด หรือคำค้น ไปสู่ AI-First อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมี Gemini เป็นแกนหลัก โดยที่ผลการค้นหาแบบเดิมที่เป็นรายการลิงก์เว็บไซต์จะถูกผลักให้เป็นตัวรอง และแทนที่ด้วย AI Overviews ที่รวบรวมเนื้อหาจากหลายแหล่งมาเสิร์ฟให้ในคำตอบเดียว 

แน่นอนว่า ความสะดวกสบายนี้จะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า ปัญญาประดิษฐ์อย่าง Gemini เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ แม้ว่ามันจะยังคงสร้างข้อถกเถียงเรื่องความโปร่งใส และลิขสิทธิ์ของผู้ผลิตเนื้อหาก็ตาม

อีกหนึ่งฮาร์ดแวร์ที่อาจแจ้งเกิดได้สำเร็จคือ แว่นตาอัจฉริยะ หรือ Smart Glasses ที่ได้รับการขับเคลื่อนด้วย AI แบบ Multimodal ที่เข้าใจโลกผ่านสิ่งที่เลนส์มองเห็น ที่น่าสนใจก็คือ ความร่วมมือระหว่างยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีและแบรนด์แฟชั่นจะส่งผลให้แว่นตาอัจฉริยะดูเป็นมิตรมากขึ้น และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยกระซิบบอกข้อมูลผ่านหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นการแปลป้ายภาษาต่างประเทศที่กำลังมองอยู่ การเตือนชื่อคนที่กำลังเดินเข้ามาหา หรือการอธิบายประวัติศาสตร์ของตึกตรงหน้าโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกคำสั่ง เป็นการยกระดับประสบการณ์โลกเสมือน (Augmented Reality) ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงอย่างแนบเนียน

...

ด้านโซเชียลมีเดีย เรากำลังเข้าสู่ยุคเนื้อหา AI เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มในเครือเมตา (Meta) ที่เปิดประตูให้เนื้อหาสังเคราะห์ที่สร้างโดย AI หลั่งไหลเข้าสู่ฟีด ทั้งในรูปแบบวิดีโอสั้น Reels และ FB/IG Stories จนทำให้เส้นแบ่งระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับเครื่องจักรเริ่มเลือนลาง 

แต่เมื่อทุกอย่างถูกปรับแต่งมาให้สมบูรณ์แบบและน่าดึงดูดใจเกินจริงด้วยอัลกอริทึมเดียวกัน ความซ้ำซากจำเจจะเริ่มส่งผลให้ผู้ใช้งานบางส่วนเริ่มโหยหาความดิบ และความผิดพลาดที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้

ท้ายที่สุด ความหนาแน่นของเนื้อหา AI จะสร้างมูลค่าใหม่ให้กับสิ่งที่เรียกว่า AI-Free หรือป้ายกำกับสินค้า และเนื้อหาที่การันตีว่า สร้างโดยมนุษย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าดิจิทัลที่เขียนด้วยสมอง และลงมือทำด้วยคนจริงๆ จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา คล้ายกับความนิยมในสินค้าแฮนด์เมดหรือออร์แกนิกในอดีต โดยที่ป้ายกำกับ No AI Used อาจกลายเป็นเครื่องหมายแห่งความภาคภูมิใจที่ดึงดูดผู้บริโภคที่เริ่มเหนื่อยล้าจากโลกสังเคราะห์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่มนุษย์ในปี 2026 ต้องเลือกเองว่าจะโอบรับเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากน้อยเพียงใด

ที่มา: TechRadar