แอปเปิลประกาศให้สินค้าเก่าอย่าง iPhone 11 Pro และ Apple Watch 5 เข้าสู่สถานะวินเทจ ถือเป็นการส่งสัญญาณจากแอปเปิลว่า สินค้าเหล่านี้เหลืออีก 2 ปี ก่อนยุติการซ่อมแซมอย่างเป็นทางการ

แอปเปิลได้อัปเดตรายชื่อผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Vintage (สินค้าเก่า) และ Obsolete (สินค้าตกรุ่น) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแอปเปิลคือการเพิ่มชื่อ iPhone 11 Pro, Apple Watch Series 5 และผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอีกหลายรายการเข้าสู่กลุ่มสินค้าเก่า ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการนับถอยหลังสู่การยุติการสนับสนุนด้านฮาร์ดแวร์ในอนาคตอันใกล้

ทั้งนี้ ความหมายของสถานะ Vintage ก็คือ สถานะสินค้าเก่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลหยุดการวางจำหน่ายมาแล้วมากกว่า 5 ปี แต่ยังไม่เกิน 7 ปี ในชั้นนี้ผู้ใช้งานยังคงสามารถส่งเครื่องซ่อมและหาอะไหล่แท้จากแอปเปิล หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตได้อยู่ แต่ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนอะไหล่ที่ยังมีเหลืออยู่ในสต๊อก

แต่สถานะ Obsolete สินค้าตกรุ่น คือผลิตภัณฑ์ที่หยุดวางจำหน่ายเกิน 7 ปีขึ้นไป ในชั้นนี้ แอปเปิลจะยุติการให้บริการด้านฮาร์ดแวร์ทุกกรณี และจะไม่มีการสั่งผลิตอะไหล่เพื่อการซ่อมแซมอีกต่อไป

สิ่งที่ทำให้การประกาศครั้งนี้เป็นที่จับตามอง คือกรณีของ iPhone 11 Pro ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและยังสามารถรันระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่าง iOS 26 ได้อย่างลื่นไหล และถือเป็นรุ่นเก่าที่สุดที่ยังรองรับ iOS เวอร์ชันปัจจุบันในปี 2026 นี้ 

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่บัญชี Vintage หมายความว่าผู้ใช้จะมีเวลาอีกเพียงประมาณ 2 ปีก่อนที่รุ่นนี้จะกลายเป็นสินค้า Obsolete ซึ่งจะทำให้การหาแบตเตอรี่แท้หรือหน้าจอแท้ทำได้ยากขึ้นอย่างมาก

นอกจาก iPhone 11 Pro แล้ว รายชื่อสินค้าที่เข้าสู่กลุ่ม Vintage ในรอบนี้ยังรวมถึงสินค้าอื่นๆ ได้แก่

...

  • Apple Watch Series 5
  • MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว ปี 2020 (โมเดลชิป Intel)
  • iPad Air 3 (รุ่น Cellular)
  • iPhone 8 Plus (เฉพาะรุ่นความจุ 128GB)

ทั้งนี้ การประกาศสถานะเช่นนี้ของแอปเปิลไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะหยุดทำงานในทันที แต่มันคือการส่งสัญญาณให้ผู้ใช้ทราบว่า โอกาสในการซ่อมแซมอย่างเป็นทางการกำลังจะหมดลง หากคุณยังใช้เครื่องเหล่านี้อยู่และมีแผนจะเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือซ่อมแซมส่วนใดส่วนหนึ่ง นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจทำก่อนที่อะไหล่จะหายากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่สถานะตกรุ่นอย่างสมบูรณ์ในอีก 2 ปีข้างหน้า