Generative AI เครื่องมือ AI ที่สามารถช่วยประมวลผลได้รวดเร็วในหลากหลายด้าน และกำลังเป็นที่นิยม กำลังส่งผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมในหลากหลายด้าน เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานไฟฟ้า และการใช้น้ำที่เพิ่มมากขึ้น
Generative AI เป็นการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและกำลังเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ Deepseek แต่เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลาย ๆ ด้าน
เริ่มจากพลังงานไฟฟ้า การใช้ Generative AI ประมวลผลหนึ่งครั้งนั้นใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับการใช้ Google Search ถึง 10 ครั้ง และใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิมถึง 100 เท่า เนื่องจาก AI ใช้พลังงานในการประมวลผลและวิเคราะห์มากกว่า
อย่างไรก็ตาม พลังงานที่ AI ใช้สำหรับการค้นหาแต่ละครั้งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดข้อมูลของการประมวลผล ซึ่งหากข้อมูลมากมักต้องใช้พลังงานมากกว่า เช่นเดียวกับความซับซ้อนของการค้นหา การประมาณข้างต้นชี้ให้เห็นว่าการค้นหาโดยเฉลี่ยโดยใช้ AI อาจใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาแบบดั้งเดิมหลายเท่า
นอกจากนี้ การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ด้วย เช่น การผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
ตัวอย่างเช่น การขยายศูนย์ข้อมูลส่งผลให้การปล่อยมลพิษของ Microsoft เพิ่มขึ้นเกือบ 30% ในปี 2563 รวมถึงการปล่อยมลพิษของ Google เองก็เพิ่มขึ้น 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำได้เพื่อลดการใช้พลังงานของ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่พัฒนาและคาดหวังกันในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น เช่น การพัฒนาแบบจำลอง AI ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยลดปริมาณพลังงานที่ต้องใช้ในการรันแบบจำลอง หรือการใช้ฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพลังงานที่ใช้ในการรันแบบจำลอง
...
รวมถึงการเพิ่มความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานของ AI เชิงกำเนิด ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้ เราสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ AI เชิงกำเนิด
การเข้ามาของ AI และการต่อยอดพัฒนาดังกล่าวข้างต้น ทำให้เชื่อได้ว่าในอนาคตจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกได้ถึง 10% ภายในปี 2573 จากการปลดล็อกเทคโนโลยีใหม่ ๆ และพัฒนาเสริมสร้างแนวทางที่มีอยู่โดย AI
แน่นอนว่า Generative AI คือการผลักดันความต้องการพร้อมกับการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ AI เหล่านี้ก็สามารถช่วยค้นหาวิธีแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศได้เช่นกัน
ทั้งหมดคือความขัดแย้งด้านพลังงาน AI ที่สร้างสมดุลระหว่างความท้าทายด้านสภาพแวดล้อม พลังงานของ AI ในปัจจุบัน กับโอกาสที่จะช่วยลดภาวะเหล่านี้ได้ในอนาคต
ข้อมูล : worldeconomicforum
ภาพ : istock