หัวเว่ย ยูโรเปียน ทาวน์ แหล่งรวมศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์วิจัยด้านเทคโลยีจากหัวเว่ยแบบครบวงจร พร้อมเยี่ยมชมศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อความพร้อมในการยกระดับความปลอดภัยของวงการเทคโนโลยีโลก 5G และ AI ที่ใช้กับวงการอุตสาหกรรมทุกระดับในอนาคต
เมืองตงกวน สาธารณรัฐประชาชนจีน คือ แลนด์มาร์ก และเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ Huawei (หัวเว่ย) จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ สู่พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อผลักดันเทคโนโลยีของประเทศจีน ให้กลายเป็น Huawei European Town กล่าวคือ เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานสำหรับพนักงาน ศูนย์วิจัย ห้องทดลอง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย
ย่านตงกวนนั้นอยู่ไม่ไกลจาก เซินเจิ้น เมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็น ซิลิคอนวัลเลย์ของเมืองจีน โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น หัวเว่ย ยูโรเปียน ทาวน์ มีพื้นที่รวมกว่า 1.4 ล้านตารางเมตร พนักงานมากกว่า 25,000 คน สร้างโดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่น ใช้เวลาสร้างกว่า 3 ปี งบประมาณในการสร้างเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านหยวน หรือ 5 แสนล้านบาท โดยนำเมืองต่างๆ ทั่วโลก มาสร้างเป็นสถาปัตยกรรมในโซนพื้นที่ต่างๆ เช่น ลักเซมเบิร์ก, เวโรนา, ปารีส, กรานาดา, โบโลญญ่า, เชสกี้ ครุมลอฟ, ฟรีบูรก์, เบอร์กันดี, ไฮเดลแบร์ก, บรูกส์, วินเดอร์เมียร์ และ ออกซฟอร์ด ทั้งหมดรวมเป็น 12 เมืองจำลอง มีสถานีรถไฟ 13 สถานี ที่มีรางยาวถึง 7.8 กิโลเมตร ที่สามารถสัญจรได้
...
บนพื้นที่กว่า 1.4 ล้านตารางเมตร ของ ‘หัวเว่ย ยูโรเปียน ทาวน์’ นี้ ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความโปร่งใสด้านการปกป้อง ความเป็นส่วนตัวระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน จากหัวเว่ย มีชื่อว่า “Huawei Global Cyber Security and Privacy Protection Transparency Center”
หัวเว่ย มีประสบการณ์ด้านการดูแลระบบความมั่นคงบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุม มากกว่า 170 ภูมิภาคทั่วโลก และช่วยเหลือเรื่องแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ จนเป็นที่ยอมรับ โดยมีศูนย์ให้ความช่วยเหลือ และตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ทั้งสิ้น 7 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย แคนาดา, อังกฤษ, เบลเยียม, เยอรมนี, อิตาลี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจีน
“ศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์” ที่ตงกวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นศูนย์ใหญ่ที่สุดของทางหัวเว่ย มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตของโลกในทุกระดับ และผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยเอง ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นตัวช่วยในการแบ่งปันความรู้ ค้นหา วิจัย และแนวทางการแก้ปัญหา ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างครบวงจร ทำงานร่วมกับทางรัฐบาล เอกชน คู่ค้า เพื่อสร้างความมั่นคง และปลอดภัยทางไซเบอร์ ที่กำลังถูกคุกคาม และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ เช่น แอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย, มัลแวร์, การโจมตีแบบ DDoS, แรนซัมแวร์, ช่องโหว่ของความปลอดภัยในข้อมูลบนคลาวด์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อีกมากมาย
ความน่าสนใจของศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ตงกวนนี้ยังมีทีม ICSL (Independent Cyber Security Lab) ทีมไวท์แฮกเกอร์ (White Hacker) ภายในองค์กรประมาณ 300 คน ที่คอยตรวจสอบซอฟต์แวร์ เซอร์วิส อินเทอร์เน็ต 5G และระบบต่างๆ ในเครือข่าย จากหัวเว่ยโดยเฉพาะ เพื่อยืนยันความปลอดภัย ก่อนที่จะนำผลิตภัณฑ์ และระบบต่างๆ ออกสู่ตลาด โดยการทดสอบความปลอดภัยนี้ จะเริ่มทดสอบเจาะระบบ AI, วางโครงสร้างคอนเซปต์ ไปจนถึงจัดจำหน่าย เพราะว่า การแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำทำให้สินค้า หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั้นได้รับความปลอดภัยจากการโดนแฮก หรือเจาะข้อมูลมากที่สุด
...
นอกจากนี้ ทางศูนย์ยังเปิดให้ทั้งผู้กำหนดกฎเกณฑ์ องค์กรตรวจสอบอิสระ องค์กรที่มีบทบาทในการสร้างมาตรฐาน รวมถึงลูกค้า เหล่าพันธมิตร และผู้ให้บริการของหัวเว่ยให้สามารถใช้งานได้ด้วย
หัวเว่ย กับองค์กรต่างๆ ยังได้ร่วมกันกำหนดกลุ่มที่มีชื่อว่า “NESAS” เพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในเทคโนโลยีต่างๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G และบนระบบ AI ก่อนออกมาจัดจำหน่าย เพื่อให้เป็นค่ามาตรฐานกลางที่ยอมรับไปทั่วโลก รวมถึงสร้างความเชื่อมั่น ต่อทุกอุตสาหกรรมที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder)
...