ว่ากันว่า อะไรที่มากไป ถึงจะเป็นสิ่งที่ดี ก็อาจจะทำให้ชีวิตเสียสมดุลได้เช่นกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ที่มีแพลตฟอร์มสำหรับติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าหากันได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น แต่ความสะดวกที่มากเกินไปก็อาจทำให้เราๆ หลงลืมความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ลามไปถึงสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานนอกเวลางาน ความเสี่ยงในการทะเลาะผิดใจกันเพราะสื่อสารผ่านการแชต ไม่ได้เจอตัว หรือการส่งต่อ fake news ความเชื่อผิดๆ ไปให้ผู้อื่น
ซึ่งหนึ่งในแอปพลิเคชันที่เราใช้งานกันในชีวิตประจำวันเยอะมากๆ นั่นก็คือ LINE ที่ใช้ทั้งติดต่องาน พูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว โดยทาง LINE ประเทศไทยเองก็เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้สังคมดิจิทัล มีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ จึงได้นำเสนอแคมแปญ THE OFFLINE HOUR พร้อมแฮชแท็ก #คิดก่อนส่งลังเลก่อนLINE โดย มีกิจกรรม OFFLINE HOUR เชิญชวนทุกคนให้มาเพิ่มเวลาชีวิตออฟไลน์กันวันละ 1 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่ให้เราและคนอื่นได้พัก สร้างสมดุลให้กับชีวิต ซึ่งเป็นการทำ social detox อย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆ ใน 1 ชั่วโมงนั้น จะทำอะไรก็ได้แล้วแต่ความต้องการ ตั้งแต่ทานข้าว อ่านหนังสือ เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่นัดเจอกับเพื่อน ให้ได้โฟกัสกับเรื่องตรงหน้าอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสมดุลให้กับชีวิตยุคนี้
ไม่เพียงเท่านี้ LINE ประเทศไทย ยังได้ปล่อยภาพยนตร์โฆษณา Push To Think Button เล่าเรื่องราวชวนฉุกคิดถึงความเห็นอกเห็นใจและความเคารพซึ่งกันและกันบนโลกดิจิทัลในหลากหลายแง่มุม ตีแผ่โมเมนต์จริงที่โดนใจเราๆ ท่านๆ ไปตามๆ กัน สามารถรับชมได้แล้วบนช่องทางของ LINE ประเทศไทย
แคมเปญ THE OFFLINE HOUR ถือเป็นการก้าวแรกของ LINE ประเทศไทยที่ต้องการสร้าง Digital Well-being คุณภาพชีวิตออนไลน์ที่ดีให้กับคนไทยในสภาพแวดล้อมบนโลกดิจิทัลที่น่าอยู่ โดยมุ่งนำเสนอ 2 ประเด็นซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลายทั่วโลกจากการเพิ่มขึ้นของประชากรดิจิทัล ได้แก่
1. Social Detoxification: เทรนด์สุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ จากการเว้นระยะจัดการชีวิตบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกับผู้คนตลอดเวลา การรับรู้ความคิดเห็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่ดี ไปจนถึงการเสพเนื้อหาต่างๆ ที่มากเกินไป
2. Digital Empathy: เพราะความรวดเร็วบนโลกออนไลน์อาจจะทำให้เราลืมตระหนักถึง “ความเห็นอกเห็นใจบนโลกออนไลน์” ที่ต้องอาศัย “ความเคารพซึ่งกันและกัน” เป็นอีกหนึ่งทักษะชีวิตที่น่าสนใจในปัจจุบัน ซึ่งชวนให้ผู้ใช้งานฉุกคิดเมื่อสื่อสารในหลายๆ สถานการณ์ ทั้งช่วงเวลาที่เหมาะสม ถ้อยคำที่ชวนตีความผิดความหมาย การเผยแพร่เฟกนิวส์ ไปจนถึงโซเชียลบูลลี่ ฯลฯ
ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย เผยว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา LINE ได้พิสูจน์บทบาทในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชีวิตดิจิทัลของคนไทยได้อย่างชัดเจน เปรียบเสมือนเมืองเมืองหนึ่งที่มีประชากรเป็นผู้ใช้ เราได้เห็นผู้ใช้ดำเนินชีวิตอย่างสะดวกสบายผ่านบริการต่างๆ บนแพลตฟอร์ม LINE ขณะเดียวกันในด้านหนึ่งเราก็รับฟังและเข้าใจ ‘ความรู้สึก’ ของผู้ใช้บางส่วนที่ชีวิตออนไลน์ของพวกเขาไม่มีความสุขอย่างที่เคย ทั้งจากที่ต้องเชื่อมต่อสื่อสารอยู่ตลอดเวลา รวมถึงขาดความเห็นอกเห็นใจและความเคารพซึ่งกันและกันบนโลกออนไลน์ในหลากหลายมิติ ซึ่งแม้จะเป็นเพียงบางส่วนแต่ก็ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้าง Digital Well-being และการอยู่ร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่ดีบนโลกออนไลน์ในระยะยาว แคมเปญนี้ตอกย้ำการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบ Humanized Technology ของ LINE ที่เข้าใจพฤติกรรมและความรู้สึกของผู้ใช้อย่างแท้จริง”
#OFFLINEHOUR #คิดก่อนส่งลังเลก่อนLINE #LINEThailand