นายกรัฐมนตรีไทยร่วมประชุมกับประธานคณะกรรมการบริหารหัวเว่ย

ข่าว

    นายกรัฐมนตรีไทยร่วมประชุมกับประธานคณะกรรมการบริหารหัวเว่ย

    Advertorial

    29 พ.ย. 2564 06:01 น.

    เพื่อผลักดันความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการพัฒนาทักษะบุคลากรดิจิทัล

    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์กับ นายเหริน เจิ้งเฟย ประธานคณะกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด พร้อมแสดงความชื่นชมหัวเว่ย สำหรับการสนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และช่วยฟื้นฟูประเทศหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 อีกทั้งยังกล่าวถึงการขยายความร่วมมือกับหัวเว่ยในอนาคตข้างหน้า ให้รอบด้านมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมไปถึงการบ่มเพาะบุคลากรดิจิทัล การประชุมผ่านทางออนไลน์ระหว่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ซ้าย) นายกรัฐมนตรี และนายเหริน เจิ้งเฟย (ขวา) ประธานคณะกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่

    โดยในการประชุมผ่านระบบออนไลน์ครั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายเหริน เจิ้งเฟย ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เกี่ยวกับการผนวกศักยภาพในการแข่งขันด้านดิจิทัลและการวางรากฐานทักษะด้านเทคโนโลยีไอซีทีของบุคลากรในประเทศไทย

    พลเอกประยุทธ์ ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของเทคโนโลยีไอซีทีขั้นสูง รวมถึงนวัตกรรมดิจิทัลในการผลักดันความแข็งแกร่ง และความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย โดย พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า “หัวเว่ยได้ให้การสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ ในการต่อสู้กับโรคระบาดและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผมประทับใจในเรื่องราวความเป็นมา และวัฒนธรรมอันทุ่มเทของหัวเว่ยเป็นอย่างยิ่ง ในอนาคต ประเทศไทยยังคงสนใจและกระตือรือร้นที่จะร่วมมือ กับหัวเว่ยในหลากหลายด้าน รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล โรงพยาบาล 5G อัจฉริยะ คลาวด์และคอมพิวติ้ง พลังงานดิจิทัล ระบบขนส่งอัจฉริยะและศูนย์ข้อมูล”

    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

    นายเหริน เจิ้งเฟย ประธานคณะกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย ได้แสดงความขอบคุณต่อ รัฐบาลไทยในความเชื่อมั่นที่มีต่อหัวเว่ย และยินดีกับประเทศไทยในความสำเร็จของการใช้งานระบบ 5G โดยเขาได้เน้นย้ำว่า “หัวเว่ยและประเทศไทยได้ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัล อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตเรายังมองไปถึงการเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักต่างๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่าเรือและการบิน”

    นอกจากนี้ นายเหริน ยังได้กล่าวว่า “เรามีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและพัฒนาทักษะบุคลากรดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ หัวเว่ย ประเทศไทย พร้อมทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรในไทยอย่างใกล้ชิด นำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ”

    นายเหริน เจิ้งเฟย ประธานคณะกรรมการบริหาร หัวเว่ย เทคโนโลยี่
    นายเหริน เจิ้งเฟย ประธานคณะกรรมการบริหาร หัวเว่ย เทคโนโลยี่

    ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนประเทศไทยตามแผนพัฒนาดิจิทัลในการก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หัวเว่ยและประเทศไทยได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดในสองด้าน ดังนี้

    ด้านแรกคือการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยหัวเว่ยได้ทำงานร่วมกับลูกค้าโดยประยุกต์ ใช้เทคโนโลยี 5G Cloud และ AI เพื่อเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทย และนวัตกรรมโครงสร้าง ด้านไอซีทีให้เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น หัวเว่ยได้ร่วมมือกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมผลักดันทุกภาคส่วนที่เป็นกำลังสำคัญในประเทศไทย เพื่อสร้างโอกาสในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านคมนาคม ด้านหน่วยงานภาครัฐ และด้านสมาร์ทซิตี้ เพื่อรองรับการพัฒนาทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัล ของประเทศไทยในระยะยาว

    ทั้งนี้ ความร่วมมือในด้านท่าเรือและสนามบินอัจฉริยะ ถือเป็นความร่วมมืออันเปี่ยมด้วยศักยภาพที่สำคัญสำหรับหัวเว่ยและ ประเทศไทย โดยนายเหรินได้กล่าวถึงกรณีศึกษาที่ดีที่สุดของหัวเว่ยซึ่งใช้โซลูชันอัจฉริยะสำหรับท่าเรือและสนามบิน ในประเทศจีน รวมถึงความสามารถในการทำงานอัตโนมัติอันขึ้นอยู่กับปัจจัยโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ยานยนต์ สินค้า องค์กร และสถานที่ เพื่อช่วยสร้างสนามบินและท่าเรืออันชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยในระดับโลก

    ในด้านที่สอง พลเอกประยุทธ์ และนายเหริน ยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบ่มเพาะ และยกระดับบุคลากรทางดิจิทัลที่มีความสามารถในประเทศไทย เพื่อที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลและการพัฒนาในระยะยาว และยังได้ย้ำอีกว่าภาครัฐและภาคเอกชนจำเป็นต้องร่วมมือกันสร้างอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้างให้บุคลากรด้านไอซีทีเพื่อ ประโยชน์ของทุกภาคส่วนเพื่อเป็นการสนับสนุนการบ่มเพาะบุคลากรด้านไอซีทีและดิจิทัลในประเทศไทย หัวเว่ยได้ก่อตั้ง Huawei ASEAN Academy (Thailand) ในปี พ.ศ. 2562 โดยได้ทำการอบรมบุคลากรด้านไอซีทีไปแล้วกว่า 41,000 คน รวมถึงองค์กรขนาดเล็ก และขนาดกลางอีกกว่า 1,300 องค์กรตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา หัวเว่ยยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ร่วมกันกับอีกกว่า 20 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ในขณะที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง โดยจะสร้างการเข้าถึงระบบดิจิทัลที่เท่าเทียม เพื่อสร้างงานและความรู้ด้านดิจิทัลให้กับกลุ่มเปราะบาง

    นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2542 หัวเว่ยได้ดำเนินตามพันธกิจ “เติบโตในประเทศไทยและสนับสนุนประเทศไทย” มาโดยตลอด ผ่านการผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน หัวเว่ย ประเทศไทย มีพนักงานกว่า 2,800 คน คิดเป็นพนักงานชาวไทยกว่า 86% และเป็นการช่วยสร้างโอกาสในหน้าที่การงานทางอ้อมกว่า 8,500 ตำแหน่ง ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 หัวเว่ย  ประเทศไทยได้รับการคัดเลือกในการรับรางวัล “พีเอ็ม ดิจิทัล อวอร์ด” ประเภท “Digital International Corporation of the Year” นับเป็นเครื่องยืนยันการสนับสนุนอันทรงคุณค่า และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทยอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ย รวมถึงความทุ่มเททำงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในประเทศไทย โดยหัวเว่ย เป็นบริษัทต่างชาติเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลนี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    หัวเว่ยHuaweiเหริน เจิ้งเฟยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัดบุคลากรดิจิทัลประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี
    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 16:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์