เปิดใจชุมชนชายขอบ เมื่อเด็กต้องเรียนออนไลน์บนสันเขา

ข่าว

    เปิดใจชุมชนชายขอบ เมื่อเด็กต้องเรียนออนไลน์บนสันเขา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      10 ต.ค. 2564 05:05 น.

      แม้ผลสำรวจจากโครงการ Thailand Digital Outlook ระยะที่ 3 ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีเอสเพิ่งประกาศไปเมื่อเดือน ก.ย.2564 จะชี้ชัดให้เห็นว่าคนไทยมีการเข้าถึงใช้งาน และเชื่อมั่นในเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดยประชาชนไทยถึง 85.1% มีการใช้งานอินเตอร์เน็ต ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6-10 ชั่วโมงต่อวัน แม้กระทั่งครัวเรือนที่ยากจนที่สุด ก็ยังสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ตั้ง 83% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ OECD (The Organization for Economic Co-operation and Development) ที่ 77%

      กระนั้นในความเป็นจริงที่สวนทางกับตัวเลขสวยหรู ยังมีชุมชนและประชาชนจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง โดยเฉพาะคนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งการบุกป่าฝ่าดงเข้าไปติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์ไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าทางธุรกิจ

      ยกตัวอย่าง ชาวชุมชนหมู่บ้าน “บ้านใหม่สามัคคี” ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ซึ่งพวกเขาไม่ได้เพิ่งถูกล็อกดาวน์จากสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 เพราะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมาตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งหมู่บ้านในปี 2546 เพราะระบบสาธารณูปโภคที่ยังเข้าไม่ถึง ไม่มีระบบโทรศัพท์บ้านพื้นฐาน แม้กระทั่งหลังถูกตั้งเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการเมื่อ 30 สิงหาคม 2562

      นายสุพัด อาลา ผู้ใหญ่บ้านของบ้านใหม่สามัคคี (ห้วยวาด) กล่าวว่า ที่ดินบริเวณนี้กันดารและแห้งแล้งมาก น้ำประปายังมาไม่ถึง จะอาศัยน้ำกินน้ำใช้จากแม่น้ำวัง น้ำฝน และบ่อน้ำบาดาล และไฟฟ้าเพิ่งเข้าถึงเมื่อเดือน ก.ย. 2559 ปัจจุบันบ้านใหม่สามัคคีมีประชากร 495 คน จาก 136 ครัวเรือน ประกอบอาชีพหลักปลูกข้าวโพด เลี้ยงไก่ หมู เพื่ออุปโภคบริโภคจำหน่ายในชุมชน

      ส่วนการติดต่อสื่อสารนั้น เมื่อไม่มีระบบโทรศัพท์ พื้นฐานตามบ้าน ก็ต้องอาศัยสัญญาณจากเสาโทรศัพท์มือถือ ต้องเดินหาสัญญาณตามสันเขาห่างจากหมู่บ้านไปราว 1.5-2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าและต้องเดินเท้า “การที่ต้องบุกป่าเข้าไปหาสัญญาณมือถือ เคยนำไปสู่การระบาดของไข้เลือดออกในหมู่บ้านในเดือน ก.ย. 2559 เมื่อคนในหมู่บ้านมีความจำเป็นต้องใช้มือถือ จึงต้องเดินไปตามแนวป่าเพื่อหาสัญญาณ แต่โชคร้ายถูกยุงกัด ซึ่งกลายมาเป็นพาหะของไข้เลือดออก ทำให้ต่อมาคนทั้งหมู่บ้านเกือบทั้งหมด 250 คน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เกือบทุกคนเป็นไข้เลือดออกร้ายแรงนอนซมกันทั้งหมู่บ้าน”

      นอกจากไข้เลือดออกระบาดเพราะเดินไปหาสัญญาณมือถือแล้ว การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ยังเป็นอุปสรรคยิ่งต่อการศึกษาเล่าเรียนของคนในชุมชน เพราะเด็กนักเรียนที่ “บ้านใหม่สามัคคี” ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต

      “ในแต่ละวันเด็กนักเรียนที่นี่ต้องเดินขึ้นไปหาสัญญาณตามสันเขา ถ้าเป็นเด็กโตประมาณ ป.3 ถึงมัธยมก็จะพอเดินไปได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กจะลำบาก ส่วนเรื่องข่าวสารความช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆ ไม่ต้องพูดถึง กว่าจะรู้ก็แทบจะสายไปทุกครั้ง”

      นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคเห็นความลำบากของเด็กนักเรียนจาก “บ้านใหม่สามัคคี” ในข่าว จึงติดตามหาพิกัดและลงพื้นที่พบว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่เคยมีสัญญาณมือถือหรืออินเตอร์เน็ตเลย แต่หากจะประเมินความคุ้มค่าทางธุรกิจ การติดตั้งเครือข่ายในพื้นที่เช่นนี้ไม่มีความคุ้มทุน อย่างไรก็ตามเมื่อประเมินแล้วเห็นว่าการมีเครือข่ายมือถือจะช่วยปลดล็อกชุมชนสู่โลกภายนอกได้ ดีแทคจึงเข้าติดตั้งเสาสัญญาณ โดยใช้เวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้คนในชุมชนได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก โดยเฉพาะเมื่อเด็กต้องเรียนออนไลน์.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เรียนทางไกลเรียนออนไลน์อินเตอร์เน็ตพื้นที่ห่างไกลบ้านใหม่สามัคคีดิจิทัลบทความไซเบอร์เน็ต

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 11:51 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์