ไลฟ์สไตล์
100 year

Apple Car ความท้าทายครั้งใหม่ของแอปเปิล

ไทยรัฐออนไลน์
9 ม.ค. 2564 06:23 น.

SHARE

Apple Car ความท้าทายครั้งใหม่ของแอปเปิล

ไทยรัฐออนไลน์9 ม.ค. 2564 06:23 น.

ก่อนที่จะสิ้นสุดปี 2020 ปีที่สุดแสนโกลาหลที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของใครหลายคน ข่าวการหวนกลับมาพัฒนาโครงการใหญ่ยักษ์ของแอปเปิล (Apple) ที่มีชื่อลำลองในเวลานี้อย่าง Apple Car ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ที่ผู้คนในวงการเทคโนโลยีกำลังเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด

แม้โครงการพัฒนารถยนต์ของแอปเปิลจะเป็นโครงการเก่า โดยนักสังเกตการณ์ในวงการเทคโนโลยีต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า แอปเปิลเคยมีแนวคิดที่อยากทำ “สิ่งใหญ่” ที่มากกว่าขนาดของหน้าจอ iPhone คือโครงการรถยนต์ที่มีชื่อว่า Project Titan

แต่หลังจากเริ่ม Project Titan มาสักระยะหนึ่ง แอปเปิลตัดสินใจไม่สานต่อ ปล่อยให้การพัฒนารถยนต์เป็นแต่เพียงฝันกลางวัน แต่เมื่อนานวันเข้า สิ่งที่ได้เห็นนั่นคือการเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ของเทสลา (Tesla) โดยมูลค่าปัจจุบันของเทสลาอยู่ที่ 696 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การตัดสินใจปัดฝุ่น Project Titan ของแอปเปิลในช่วงปลายปี 2020 อันที่จริง อาจไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดเดา ขึ้นอยู่กับเวลาว่าแอปเปิลเริ่มคิดอยากหวนกลับมาทำเมื่อไรมากกว่า นั่นเป็นเพราะหากเราคิดจากสัญชาตญาณของมนุษย์ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีความรู้สึกได้ว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนกำลังอิ่มตัวทุกขณะ นอกจากนี้ตัวเลขของ ZDNet เผยให้เห็นว่า ยอดขายของ iPhone มีแนวโน้มลดลงทุกปี

จากแนวโน้มนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนัก ถ้าหากแอปเปิลรู้สึกอยากออกจากคอมฟอร์ตโซน แต่ในความเป็นจริงความเสี่ยงกำลังคืบคลานเข้ามา ด้วยการปัดฝุ่นเปิดธุรกิจใหม่ตามแผนเก่า นั่นก็คือ ธุรกิจรถยนต์

ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นทิม คุก เปิดตัว Apple Car หรือไม่
ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นทิม คุก เปิดตัว Apple Car หรือไม่

Allied Market Research บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการทำวิจัยตลาด เปิดเผยว่า ในอีก 6 ปีข้างหน้า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า จะมีมูลค่ามากกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมในปี 2019 มูลค่าตลาดมีเพียง 1.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เท่ากับว่าแอปเปิลยังมีโอกาสในตลาดนี้อีกมาก หากรีบเข้าสู่ธุรกิจนี้แต่เนิ่นๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า รถยนต์ของแอปเปิลจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานในส่วนที่เป็นรถยนต์ไร้คนขับ พร้อมกันนี้ จะมีการพัฒนาแบตเตอรี่ที่เรียกว่า โมโนเซลล์ (Monocell) ซึ่งแอปเปิลเชื่อว่า จะทำให้รถขับเคลื่อนได้ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ประเภทอื่น

ขณะเดียวกันแอปเปิลยังต้องสร้างพันธมิตรทางการค้าขึ้นใหม่ เพื่อให้พันธมิตรใหม่ที่ว่านี้ ช่วยประกอบรถยนต์ตามสเปกในอุดมคติที่แอปเปิลต้องการ

การหาพันธมิตรที่มาช่วยประกอบรถยนต์ของแอปเปิลนั้นพูดตรงๆ ไม่น่าเป็นเรื่องยาก เพราะสิ่งเหล่านี้ สามารถพูดคุยและทำความเข้าใจกันได้บนโต๊ะเจรจา เมื่อทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันเหมือนกับแอปเปิล ผู้ผลิตรถยนต์จากเยอรมนี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่จีน ก็ไม่น่ามีปัญหาใดๆ

คงอีกนานพอสมควรกว่าที่ Apple Car จะได้สตาร์ทเครื่อง
คงอีกนานพอสมควรกว่าที่ Apple Car จะได้สตาร์ทเครื่อง

ขณะที่เรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับของแต่ละรัฐที่วางระเบียบไม่เหมือนกันในสหรัฐอเมริกา ดูแล้วไม่น่าจะเป็นปัญหาที่น่าหนักใจมากนักสำหรับบริษัทอย่างแอปเปิล ด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเคยผ่านกฎระเบียบที่ยุ่งยากมาก่อนอยู่แล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องไม่ลืมว่าแอปเปิล มีเงินทุนมหาศาล ภาพลักษณ์ที่ดูดี และแบรนด์ของแอปเปิล ก็แข็งแรงมากพอที่จะดึงดูดคนเก่งๆ ให้เข้ามาช่วยสร้างฝันของแอปเปิลให้เป็นความจริงได้

ปัญหาหลักจริงๆ อยู่ที่เรื่องเทคโนโลยีทุกส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ของแอปเปิลขณะนี้อยู่ตรงจุดใดมากกว่า

อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเทสลา ออกมาดักคอไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว โดยบอกว่า การผลิตรถยนต์ไม่ง่ายเหมือนกับการผลิต iPhone เพราะการผลิตรถยนต์มีความสลับซับซ้อน และมีเครื่องยนต์กลไกเยอะแยะ

สิ่งที่น่าสนใจประการถัดมา นั่นคือ การพัฒนาทั้งในส่วนของระบบรถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงเรื่องของแบตเตอรี่ จนถึงตอนนี้ ข้อมูลยังเป็นปริศนาว่า แอปเปิลพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากพัฒนาอยู่ในจุดที่ใกล้และไม่ห่างจากเทสลา หรือเวย์โม (บริษัทในเครือกูเกิล) มากนัก ก็นับว่าเป็นประเด็นที่น่าติดตาม มากไปกว่านั้น ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคที่จะได้เห็นผู้ผลิตมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อนำเสนอสินค้าที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค

หลังจากนี้ Apple Car อาจกลายเป็นธุรกิจสำคัญของแอปเปิล
หลังจากนี้ Apple Car อาจกลายเป็นธุรกิจสำคัญของแอปเปิล

สำหรับการเข้ามาสู่ตลาดรถยนต์ของแอปเปิล แม้ในรายงานของรอยเตอร์ส ระบุว่า Apple Car จะเริ่มต้นในปี 2024 แต่เมื่อดูจากองค์ประกอบต่างๆ ความพร้อม และปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้แผนดำเนินการต้องล่าช้าลงอย่างน้อยๆ หนึ่งปี หรือดีเลย์ไปไกลจนถึง 2028 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดัง เคยประเมินเอาไว้

สุดท้ายเรื่องของราคา คงอาจเร็วเกินที่จะคาดเดาในชั่วโมงนี้ แต่การที่แอปเปิลเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ การเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพง สัก 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ Tesla Model 3 ให้คนสามารถเอื้อมถึงได้ง่าย ก็อาจเป็นการตัดสินใจที่ไม่เลวนัก

การกระโจนเข้าสู่อุตสาหกรรมยนตรกรรมของแอปเปิล นับเป็นแนวทางที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกเทคโนโลยีหลังจากนี้ พร้อมกับเป็นการสร้างสีสันให้กับธุรกิจรถยนต์เป็นเท่าทวีคูณ จากเดิมที่มีตัวละครที่น่าตื่นตาตื่นใจแค่หยิบมือเดียว

ผู้เขียน: Wiwat Rungsaensuksakul
กราฟิก: Varanya Phae-araya

ที่มา:

Allied Market Research

The Guardian [1],[2]

ZDNet

แท็กที่เกี่ยวข้อง

special contentรถยนต์แอปเปิลรถยนต์ไฟฟ้ารถพลังงานไฟฟ้าApple CariPhoneTeslaเทสลาProject TitanแอปเปิลApple

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 23:15 น.