หยุดงานแต่รายได้ต้องไม่หยุด เปิดวิธีรับเงินทดแทนรายเดือนจากประกันสังคม ที่จ่ายค่าชดเชยขาดรายได้ 70% ของค่าจ้าง สูงสุดถึงเดือนละ 14,000 บาท พร้อมเช็กขั้นตอนยื่นเรื่องง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ e-Compensate คุ้มครองสิทธิตั้งแต่วันแรกที่หมอสั่งพัก

"ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" นำเสนอวิธีรับเงินทดแทนรายเดือนจากประกันสังคม สำหรับสิทธิประโยชน์ "ค่าทดแทนรายเดือน" ในการบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินในอัตรา ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน โดยกำหนดเกณฑ์ดังนี้

  •  ค่าทดแทนต้องไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำรายวันตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในท้องที่นั้นๆ
  • ค่าทดแทนสูงสุดไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน
  • จ่ายตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน (ตามใบรับรองแพทย์) ต่อเนื่องไม่เกิน 1 ปี

สำหรับสิทธิประโยชน์การขอเงินชดเชยจากกองทุนเงินทดแทนนั้นครอบคลุม 4 กรณีสำคัญ ซึ่งลูกจ้างจะได้รับความคุ้มครองในรูปแบบค่าทดแทนรายเดือนตามสถานการณ์ ดังนี้

1. กรณีแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว

• ได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน

• จ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกินระยะเวลา 1 ปี

• เงื่อนไข ต้องมีใบรับรองแพทย์ระบุให้หยุดพักรักษาตัว และลูกจ้างต้องมีการหยุดพักจริงตามคำสั่งแพทย์

2. กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน

• ได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน

• รับสิทธิต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

• เงื่อนไข: จะมีการประเมินการสูญเสียอวัยวะเมื่อสิ้นสุดการรักษาพยาบาล หรือเมื่ออวัยวะคงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง (หรือเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ประสบอันตราย)

...

3. กรณีทุพพลภาพ

• ได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน

• ได้รับสิทธิคุ้มครอง เป็นระยะเวลาตลอดชีวิต

4. กรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย

• จ่ายค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนให้กับผู้มีสิทธิตามกฎหมาย

• รับสิทธิต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี

วิธีรับเงินทดแทนรายเดือนจากประกันสังคม

ปัจุบันลูกจ้างและนายจ้างสามารถดำเนินการได้สะดวกขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

แจ้งนายจ้างทันที : เมื่อเกิดเหตุ นายจ้างต้องส่งตัวลูกจ้างไปรักษาที่สถานพยาบาลในข้อตกลง พร้อมยื่นแบบ กท.44 เพื่อให้ลูกจ้างไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษา

ยื่นแบบ กท.16 : นายจ้างแจ้งประสบอันตรายต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน หรือลูกจ้างยื่นเองได้ภายใน 180 วัน

ช่องทางออนไลน์ : ปัจจุบันสามารถแจ้งผ่านระบบ e-Compensate บนเว็บไซต์ของกองทุนเงินทดแทนได้แล้ว ช่วยให้ตรวจสอบสถานะและรับเงินโอนเข้าบัญชีได้รวดเร็วกว่าเดิม

เอกสารที่ต้องใช้ : ใบรับรองแพทย์ (กท.16/1) และหลักฐานการลงเวลาทำงาน หรือสลิปเงินเดือนเพื่อยืนยันฐานรายได้

อย่างไรก็ตามสิทธินี้ใช้ได้เฉพาะกรณี "เจ็บจากการทำงาน" เท่านั้น หากเจ็บป่วยทั่วไป เช่น เป็นหวัด, อุบัติเหตุวันหยุด จะต้องไปใช้สิทธิจาก "กองทุนประกันสังคม" แทน ซึ่งจะได้เงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราที่ต่างกัน